เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้หญิงที่ดื่มเครื่องดื่ม อัลกอฮอล์ มักจะเมาเร็วและเมานานกว่าผู้ชาย จากข้อมูลทางสรีระวิทยา พบว่ามีสาเหตุมาจาก 2 อย่างคือ

          1.ร่างกายผู้หญิงมีไขมันมากกว่าผู้ชาย ไขมันทำหน้าที่ดูดซับอัลกอฮอล์ทำให้ผู้หญิงเมานานกว่าผู้ชายเนื่องจากไขมันจะสะสมอัลกอฮอล์ ไว้ก่อนปล่อยสู่กระแสเลือดทำให้กระบวนการการกำจัด อัลกอฮอล์ ออกจากร่างกายช้าลง

          2.ผู้หญิงสร้างเอ็นไซม์ dehydrogenase ซึ่งทำหน้าที่สลาย อัลกอฮอล์ น้อยกว่าผู้ชายทำให้ผู้หญิงเมาเร็วและเมาได้มากกว่าผู้ชาย

vImage result for งูสวัด

 

          โรคงูสวัด (varicella) มีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัส varicella-zoster ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับการเกิดโรค อีสุกอีใสในเด็ก หลังจากอาการของโรค อีสุขอีใสหายแล้ว ไวรัสจะเข้าไปซ่อนตามปมประสาทต่างๆ เมื่อใดก็ตามเมื่อร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันโรคลดลง ไวรัสจะเพิ่มจำนวนและออกมาจากที่ซ่อนในปมประสาท ทำให้เกิดโรคงูสวัด มีตุ่มน้ำใสๆเกิดขึ้นบนผิวหนัง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณ บั้นเอว แนวชายโครง รวมทั้งแขน ขา และใบหน้า แม้ว่าโรคนี้อาจรักษาให้หายได้ในระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ แต่อาการปวดแสบบริเวณรอยโรค อาจรุนแรงมากและโรคเรื้อรังเกินกว่า 4 สัปดาห์ หรือ อาจมีการติดเชื้อแทรกซ้อนได้

          ดังนั้นผู้ที่สภาวะร่างกายมีภูมิคุ้มกันลดลงโดยเฉพาะผู้สูงอายุจึงควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดเพื่อลดความเสี่ยงเกิดโรค ปัจจุบันวัคซีนมีประสิทธิภาพการป้องกันโรคสูงแม้จะไม่ถึง 100% แต่ฉีดเพียงครั้งเดียวสามารถป้องกันโรคได้นานไม่น้อยกว่า 5 ปี

 

 

 


1 พ.ค.63-ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหาดังนี้
ยาต้านไวรัสรักษา โควิด 19 Remdesivir
ยานี้เป็นยาใหม่ ที่ยังไม่ได้ผ่านการขึ้นทะเบียนให้ใช้ในการรักษาโรค
เคยมีการมารักษาโรคปอดบวมตะวันออกกลาง
ยาจะไปขัดขวางการเพิ่มจำนวน RNA ของไวรัส
ยานี้เป็นยาของบริษัทยักษ์ใหญ่ของ  ประเทศสหรัฐอเมริกา
ได้มีการศึกษานำมาใช้รักษาโควิด 19 ที่มีการเผยแพร่ครั้งแรกในประเทศจีน แต่การศึกษายังไม่สมบูรณ์เพราะผู้ป่วย น้อยลง
และได้มีการเผยแพร่ผลของการรักษา แบบเปรียบเทียบกับยาหลอกจำนวน 237 คน ในผู้ป่วยที่มีอาการหนัก
ผลการรักษาไม่ได้แตกต่างกันอย่างมีนัยยสำคัญ ระหว่าง Remdesivir กับยาหลอก
จากการศึกษาเพิ่งออกมาใหม่ ที่ทำในหลายประเทศ โดยมีผู้วิจัยหลักอยู่ในสหรัฐอเมริกา ทำการศึกษาเปรียบเทียบการให้ยา Remdesivir กับยาหลอกในผู้ที่ติดเชื้อโควิด 19 และมีอาการหนัก
ในจำนวน 1063 คน พบว่าผู้ป่วยหายเร็วขึ้น และลดอัตราการตายจาก 11.6 เปอร์เซ็นต์ ลงเหลือ 8% ผู้ป่วยที่หายสามารถกลับบ้านได้เร็วกว่า
ยานี้ต้องรอขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ และเป็นยาที่ใช้สำหรับฉีดเข้าเส้น ไม่ใช่ยารับประทาน
ข้อมูลต่างๆ ที่ยังเป็นความหวัง สำหรับผู้ติดเชื้อและมีอาการหนัก
ยานี้ยังไม่มีใช้ในประเทศไทย
ยังคงต้องรอและจะมีข้อมูลออกมาอย่างต่อเนื่องแน่นอน ถ้าเราสามารถรักษาผู้ป่วยลดอัตราการเสียชีวิต ลดอัตราการเป็นปอดบวมได้ ความวิตกกังวลต่างๆก็จะน้อยลง

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thaipost.net

เนื้อหาต้นฉบับ http://www.thaipost.net/main/detail/64759

 

                ผลการวิจัยเมื่อเร็วๆนี้พบว่าการล้างมือด้วยสบู่และน้ำเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะกำจัดเชื้อโรค ในทางตรงข้ามการใช้น้ำยาล้างมือที่ประกอบด้วยแอลกอฮอล์ ต่ำกว่า 60% หรือใช้สารอื่นที่ไม่ใช่ แอลกอฮอล์ จะให้ผลการกำจัดเชื้อโรคน้อยกว่า โดยเฉพาะกรณีที่มือไม่สะอาด มีการปนเปื้อนอยู่แล้วจากฝุ่นหรือไขมัน การใช้น้ำยาล้างมือจะให้ผลน้อยมากเมื่อเทียบกับการล้างมือด้วยสบู่อย่างถูกต้อง

  

 

29 เม.ย.63 - สถาบันData -Driven Innovation  Laboratory  แห่งมหาวิทยาลัยสิงคโปร์ เทคโนโลยีแอนด์ดีไซน์ทำ Model พยากรณ์ จุดสิ้นสุดของการระบาดโคโรนาไวรัส 2019 หรือโควิด-19 ของแต่ละประเทศ  โดยการระบาดในประเทศไทยขณะนี้มีจุดสิ้นสุดอยู่ที่   97%  และจะสิ้นสุด 100% ในวันที่ 11 มิถุนายน 2563    ส่วนการระบาดของสหรัฐอเมริกา สิ้นสุดใน วันที่5กันยายน  2563  และสิงคโปร์ สิ้นสุด วันที่ 26กรกฎาคม 2563

 

ขณะที่ การสิ้นสุดระบาดของทั้งโลก อยู่ในเดือนพฤศจิกายน  2563

ส่วนยอดระบาดโควิด ของทั้งโลก  ณ เวลาช่วงเช้า วันที่  29เม.ย.มียอด 3,136,508   ราย  เสียชีวิต  217,813  ราย และหายแล้ว 953,309  ราย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.thaipost.net/

เนื้อหาต้นฉบับ https://www.thaipost.net/main/detail/64576

 

 

หมวดหมู่รอง

สาระน่ารู้

บทความวิชาการ