‘ไฟเซอร์’ เริ่มทดลองวัคซีนต้านโควิด-19 ในคน
 

ทั้งนี้ ไฟเซอร์ได้พัฒนาวัคซีนดังกล่าวร่วมกับ BioNTech ซึ่งเป็นบริษัทยาของเยอรมนี โดยผู้เข้าร่วมโครงการทดลองดังกล่าวในสหรัฐจะได้รับการฉีดวัคซีน BNT162 หลังจากที่เริ่มมีการทดลองวัคซีนดังกล่าวในคนในเยอรมนีในเดือนที่แล้ว

ไฟเซอร์ ระบุว่า ผู้เข้าร่วมโครงการทดลองวัคซีนดังกล่าวอยู่ในวัย 18-55 ปี ก่อนที่จะรวมผู้ที่มีวัยสูงกว่าเข้าร่วมโครงการดังกล่าวในระยะต่อไป พร้อมทั้งคาดการณ์ว่า บริษัทจะสามารถผลิตวัคซีนหลายล้านโดสภายในปลายปีนี้

องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทหลายแห่งทั่วโลกกำลังทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 รวมแล้วกว่า 100 ตัว และมีวัคซีนอย่างน้อย 8 ตัวที่กำลังอยู่ในขั้นทดลองกับมนุษย์

 

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.bangkokbiznews.com

เนื้อหาต้นฉบับ https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/879240

 

 

 

    
 

            มาพร้อมกับการแพร่ระบาดของไวรัส คงปฏิเสธไม่ได้กับข้อมูลแชร์ต่อๆกันบนโลกออนไลน์แบบ

ไม่มีแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ อาจไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป และสร้างความเข้าใจผิดได้ ดังนั้นเราจึงได้รวบรวม

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ COVID-19 โดยมี ศ. พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล ภาควิชาอายุรศาสตร์

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาช่วยตอบคำถามไขข้อเท็จ

ให้ทุกคนได้เข้าใจอย่างถูกต้อง ดังนี้

 

              1. ฉีดแอลกอฮอล์ใส่หน้ากากอนามัยแล้วนำมาใช้ต่อได้

              ไม่จริง : การฉีดแอลกอฮอล์ใส่หน้ากากอนามัยเป็นส่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะด้านหน้า

ของหน้ากากอนามัยมีการเคลือบสารกันซึมไว้ ดังนั้นการฉีดแอลกอฮอล์ใส่หน้ากากอนามัย จะทำให้

คุณสมบัติของสารกันซึมนั้นเสื่อมประสิทธิภาพ เกิดการรั่วซึมและไม่สามารถป้องกันฝุ่นหรือเชื้อโรคได้

 

              2. การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ลดความเสี่ยงในการเป็น COVID-19

              ไม่จริง : วัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถป้องกันได้เฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่เท่านั้น ไม่สามารถป้องกัน

COVID-19 ได้ และในขณะนี้วัคซีนของ COVID-19 ยังอยู่ในขบวนการศึกษาวิจัย ต้องใช้เวลาหลายเดือน

กว่าจะสามารถนำมาใช้ได้จริงกับคน

 

 

              3. ไม่มีไข้ก็สามารถเป็น COVID-19 ได้

              จริง : ในระยะเริ่มต้นของโรคผู้ป่วยร้อยละ 50 อาจไม่มีไข้ได้ แต่หากเข้าสู่ระยะที่เป็นมากขึ้นหรือ

ต้องนอนโรงพยาบาลผู้ป่วยกว่าร้อยละ 90 จะมีไข้ชัดเจน ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับระยะของโรค ถ้าหากเป็นวันแรก ๆ

การตรวจวัดไข้อาจไม่พบได้

 

              4. ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือสามารถป้องกัน COVID-19 ได้

              ไม่จริง : การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเหมาะสำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ คนที่มีอาการคัดจมูกหรือเป็น

ไซนัสอักเสบ แต่ยังไม่มีข้อมูลการศึกษาวิจัยที่บอกว่าการล้างจมูกจะช่วยป้องกัน COVID-19 ได้

 

              5. การกินวิตามิน หรือสมุนไพร จะช่วยป้องกัน COVID-19

              ไม่จริง : อย่างที่บอกไปเบื้องต้นว่าในขณะนี้ไม่มีวิตามินหรือสมุนไพรที่ช่วยป้องกัน COVID-19

เพราะกำลังอยู่ในกระบวนการศึกษาวิจัย ดังนั้นการกินวิตามิน หรือสมุนไพร ไม่สามารถช่วยป้องกัน COVID-19 ได้

 

              6. หากกลั้นหายใจได้เกิน 10 วินาที แสดงว่าไม่เป็น COVID-19

              ไม่จริง : การกลั้นหายใจไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าเป็น COVID-19 หรือไม่ รวมถึงแอปพลิเคชัน

หรือวิธีเช็กลิสต์ต่าง ๆ ที่ออกมาตามโซเชียลมีเดีย ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ ต้องดูที่อาการและความเสี่ยงที่เข้าเกณฑ์เป็นหลัก

 

              7. คนทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้หน้ากาก N95

              จริง : หน้ากาก N95 ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้คนทั่วไปใส่ในชีวิตประจำวันหรือใส่เป็นเวลานาน ๆ

เพราะเป็นหน้ากากที่มีคุณสมบัติป้องกันเชื้อโรคได้สูง เมื่อใส่นาน ๆ จะเกิดความอึดอัด ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับ

บุคลากรทางการแพทย์ ที่ต้องเข้าไปใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็น COVID-19 ส่วนคนทั่วไปโดยเฉพาะคนที่ไม่ป่วย

สามารถใช้หน้ากากผ้าได้ เพราะประหยัดและนำกลับมาใช้ซ้ำได้

 

              8. หากเคยเป็น COVID-19 แล้วร่างกายจะมีภูมิต้านทาน

              จริง : COVID-19 คือการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ซึ่งตามหลักการทั่วไปของการติดเชื้อไวรัสนั้น

หากหายดีแล้ว ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันหรือภูมิต้านทานต่อโรคนั้น ๆ ป้องกันการกลับเป็นโรคซ้ำ แต่ในอนาคต

ต้องการการศึกษาเพิ่มเติมเพราะหากมีการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส ก็อาจมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้

 

              9. ล้างมือด้วยสบู่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ดีกว่าเจลแอลกอฮอล์

              ไม่จริง : การล้างมือด้วยสบู่และเจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70% ขึ้นไปนั้นมีประสิทธิภาพการ

ฆ่าเชื้อได้เท่าเทียมกัน แต่การล้างมือด้วยสบู่มีข้อดีกว่าเล็กน้อยเพราะจะสามารถล้างได้สะอาดและหมดจดกว่า

เจลแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะถ้ามื้อเปื้อน ส่วนเจลแอลกอฮอล์จะเหมาะสำหรับการพกพาใช้ระหว่างวันเพราะสะดวกกว่า

 

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.thaipost.net/

เนื้อหาต้นฉบับ https://www.thaipost.net/main/detail/64439

"ผมกลัว" ที่จะติดเชื้อ Covid-19 ผมจึงทำตามที่รัฐบาลบอก คือ"อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" และจะออกจากบ้านเมื่อจำเป็นจริงๆ
ผมบอกว่า ผมเชื่อว่าใครที่ติดเชื้อ Covid-19 จะไม่มีวันกลับไป"ปกติ" เพราะปอดจะไม่ทำงานเต็มร้อยอีกแล้ว
แต่..แต่ก่อนที่จะเสียชีวิต หากคุณติดเชื้อ รู้ไหมว่ามันทรมานแค่ไหน
คุณรู้ไหมว่าการรักษาโรคปอดติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 หรือ Covid -19 มันไม่ใช่แค่ใส่หน้ากากออกซิเจน แล้วนอนอ่านหนังสือ หรือเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงสบายๆในโรงพยาบาล
หากแต่เครื่องช่วยหายใจสำหรับผู้ป่วย Covid -19 มันสร้างความเจ็บปวด เพราะต้องสอดท่อลงไปในลำคอและคาไว้จนกว่าคุณจะหายหรือตายภายใน2-3 สัปดาห์โดยไม่สามารถขยับตัว
การรักษานี้ คนไข้จะถูกจับให้นอนคว่ำกลับหัว มีท่อหายใจต่อจากปากของคุณขึ้นไปที่เครื่องช่วยหายใจ ไม่สามารถพูดหรือกินหรือขับถ่ายได้ตามปกติ
แถมเจ็บปวดตลอดเวลา
ที่แพทย์ช่วยได้ก็คือให้ยานอนหลับและยาแก้ปวดเพื่อให้แน่ใจว่าคนไข้สามารถอดทนต่อความเจ็บจากการใส่ท่อช่วยหายใจ เหมือนอยู่ในอาการโคม่าเทียม
ผ่านไป 20 วัน ผู้ป่วยจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ 40 % และมีแผลในปากหรือหลอดลม เช่นเดียวกับปอด เกิดภาวะแทรกซ้อนของหัวใจ
นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้คนแก่ หรือผู้ป่วยโรคอื่น เช่น ความดัน หัวใจ ไม่สามารถทนการรักษาได้ และอาจตายในที่สุด
ย้ำ..นี่ไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่!
การให้อาหารเหลวใส่หลอดเข้าไปในท้องของคุณไม่ว่าจะผ่านจมูกหรือทางเส้นเลือด การที่ต้องมีพยาบาลมาช่วยขยับแขนขาทุกสองชั่วโมงเพื่อป้องกันแผลกดทับและต้องนอนบนเตียงน้ำที่เย็นเพื่อช่วยลดอุณหภูมิ 40 องศาของคุณ "มันไม่ใช่เรื่องสนุก"
และคนที่บ้านเป็นทุกข์แน่ๆ..
นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ตะวันตกปล่อยให้ตาย ไม่รับรักษา เพราะสิ้นเปลือง..
ผมกลัว..ผมจึงอยู่บ้าน
ถ้าคุณไม่กลัว ก็ตามสบายนะครับ ไม่สวมหน้ากากตอนออกจากบ้าน ไม่รักษาระยะห่าง ไปในที่สุ่มเสี่ยง เป็นเรื่องความรับผิดชอบที่คุณมีต่อครอบครัวของคุณเอง..
ที่เล่ามาทั้งหมดก็เพื่อคนที่คุณรัก เพื่อคนที่รักคุณ และ เพื่อตัวคุณเอง


29พ.ค.63-นพ.ธีระ วรธนารัตน์  จากคณะ แพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กThira Woratanarat  เบื้องหลังการหารือมาตรการปลดล็อกดาวน์  ความว่า  

 มีคนเสนอตัวเลขในวงประชุมหนึ่งกล่าวว่า รับได้ หากปลดล็อคแล้วมีคนติดเชื้อวันละ 50-100 คน

หากเป็นเช่นนั้น...ผมตีแผ่ให้พวกเราดูว่า

100 วัน คนจะติดเชื้อ 5,000-10,000 คน

คนจะอาการรุนแรง 750-1,500 คน (15%)

ต้องนอนไอซียูและใช้เครื่องช่วยหายใจ 250-500 คน (5%) ใน 100 วัน

และตาย 150-300 คน (3%) หรือ 50-100 คน (1%)

ถ้าเป็นเช่นนี้...

รับไม่ได้ครับ!!!

...ถ้าคนเสนอตัวเลข ติดเสียเอง จะเปลี่ยนใจ นั่งไทม์แมชชีนกลับมาล้มข้อเสนอไหม?...

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  https://www.thaipost.net/

เนื้อหาต้นฉบับ https://www.thaipost.net/main/detail/67246

"หมอธีระ"โพสต์เตือน หากเห็น 2 สัญญาณนี้เมื่อไหร่ บอกเลยว่าโควิดในประเทศไทยอันตราย กำลังจะคุมไม่อยู่แล้ว

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความถึงสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก รวมไปถึงสถานการณ์โควิดในประเทศไทย ผ่านทาเฟซบุ๊กส่วนตัว Thira Woratanarat โดยระบุข้อความเอาไว้ว่า 

สถานการณ์ทั่วโลก 27 ธันวาคม 2563...
รัสเซียทะลุสามล้านคนไปแล้ว และพรุ่งนี้แอฟริกาใต้จะแตะล้านคนเป็นประเทศที่ 18 ของโลก
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 494,918 คน รวมแล้วตอนนี้ 80,650,547 คน ตายเพิ่มอีก 7,687 คน ยอดตายรวม 1,763,976 คน 
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 181,851 คน รวม 19,379,991 คน ตายเพิ่มอีกถึง 1,565 คน ยอดตายรวม 339,690 คน
อินเดีย ติดเพิ่ม 18,574 คน รวม 10,188,392 คน
บราซิล ติดเพิ่มถึง 17,246 คน รวม 7,465,806 คน
รัสเซีย ติดเพิ่ม 29,258 คน รวม 3,021,964 คน ตอนนี้สื่อไต้หวันได้ลงข่าวว่า วัคซีน Sputnik-V ของรัสเซียที่บอกว่าป้องกันได้ 91% นั้นมาจากการวิเคราะห์ผลระหว่างวิจัยโดยมีการติดเชื้อรวม 78 คนจากคนที่ทดลอง 23,000 คน ซึ่งถือว่ามีจำนวนอาสาสมัครน้อยกว่าวัคซีนของฝั่งอเมริกา นอกจากนี้ยังพบว่ากำลังประสบปัญหาเรื่องยังไม่ได้สิ้นสุดการวิจัยระยะที่สามเพื่อพิสูจน์ผลการป้องกัน ที่ตอนแรกจะรับอาสาสมัคร 40,000 คน แต่ทางรัฐบาลได้ประกาศฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงไปล่วงหน้า ทำให้หาอาสาสมัครเข้าร่วมการวิจัยได้ช้าลงกว่าเดิม และทางการแพทย์ก็กังวลว่าอาจขัดต่อหลักจริยธรรมการวิจัยหากไม่ให้วัคซีนแก่อาสาสมัครที่ถูกสุ่มไปอยู่ในกลุ่มที่ได้วัคซีนหลอก ล่าสุดเค้าประกาศลดจำนวนอาสาสมัครลงเหลือ 31,000 คน คงต้องติดตามดูต่อไปว่าผลจะเป็นเช่นไร
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 3,093 คน รวม 2,550,864 คน  อันดับ 6-10 เป็น ตุรกี สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักหมื่นต่อวัน  ฝั่งอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น  แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่องเมียนมาร์ ติดเพิ่มหลายร้อย ส่วนจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่เวียดนามติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ สถานการณ์ในเมียนมาร์ช่วงนี้ดูลดลง เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 734 คน ตายเพิ่มอีก 27 คน ตอนนี้ยอดรวม 121,280 คน ตายไป 2,579 คน อัตราตายตอนนี้ 2.1% ระบาดระลอกสามครั้งนี้ในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฮ่องกง เล่นเอาหนักหนาสาหัส ล่าสุดฮ่องกงยังติดเพิ่มกว่าครึ่งร้อยทุกวัน ในขณะที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้นั้นติดกันหลักพัน ทำให้คาดว่าฮ่องกงคงจะสู้ศึกไปถึงกุมภาพันธ์ ส่วนอีกสองประเทศน่าจะยาวไปถึงปลายมีนาคม

ในขณะที่ประเทศไทยก็ดูน่าวิตกมากครับเพราะลักษณะการติดเชื้อนั้นไม่ใช่สะเก็ดไฟกระจายไปตามที่ต่างๆแต่มันเป็นแบบการแพร่ใหญ่หลายเหตุการณ์พร้อมกัน อย่างที่เราเรียกเชิงเทคนิคว่า Superspreading events เช่นที่เห็นในบิ๊กไบค์ปาร์ตี้ และที่ระบาดจากบ่อนมาสู่ครอบครัว อย่างที่เคยบอกไปว่าการระบาดซ้ำ ระลอกสอง หรือระลอกใหม่ก็ตามใจคุณจะเรียกนั้นจะเกิดขึ้นเร็ว แรง หาต้นตอได้ยาก และมักจะมีปัญหาการแพร่ระบาดหลายกลุ่ม (multiple clusters) และการแพร่ระบาดใหญ่หลายเหตุการณ์ (multiple superspreading events) หากเห็นสองสัญญาณนี้เมื่อไหร่ ให้บอกตัวเองไว้เลยว่าอันตราย และจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเข้มข้นทันที เพราะเป็นสัญญาณว่ากำลังจะคุมไม่ได้แล้วเวลาทองของไทยที่จะบรรเทาการระบาดซ้ำให้เบากว่าหรือใกล้เคียงระลอกแรก มีราว 4 สัปดาห์คือถึงประมาณกลางมกราคม 2564 ตอนนี้เหลือไม่ถึงสามสัปดาห์แล้ว

หากผมเป็นประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทุกจังหวัดที่มีการรายงานเคสติดเชื้อ จะสีอะไรก็ตาม ผมคงจะเรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดว่า เราคงต้องปกป้องบ้านเกิดของเราอย่างเต็มที่ ลดละเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น, ใส่หน้ากาก 100% ขณะออกนอกบ้าน, เพิ่มปริมาณการตรวจคัดกรองโรคให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งเบิกได้หรือจ่ายเองก็ควรทำ, ปิดกิจการเสี่ยงทั้งหมด, การกินการดื่มในร้านต้องขอให้งด และซื้อกลับบ้านแทน, และถึงเวลา"อยู่บ้าน...หยุดเชื้อ...เพื่อบ้านเกิดของเรา"ถ้าไม่ทำ ณ ตอนนี้...ก็ไม่รู้จะทำตอนไหนแล้วปล่อยไว้...จะคุมไม่อยู่ครับ!!!ด้วยรักต่อทุกคนสวัสดีวันอาทิตย์ครับ...รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

หมวดหมู่รอง

สาระน่ารู้

บทความวิชาการ