22 พ.ค.63 - ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหาดังนี้
บอกอนาคต


โควิด-19 : WHO สถานการณ์ยังน่าห่วง จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกทะลุ 1 แสนคนในวันเดียว
ถ้าผู้ป่วยคือคนที่ต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะอาการหนัก 10%ของทั้งหมด ต้องให้ออกซิเจน 5% ใช้เครื่องช่วยหายใจ อีก5% จะมีผู้รับเชื้อที่ไม่มีอาการ หรือเข้าไม่ถึงแพทย์อีก90% ถ้ามีผู้ป่วยรายใหม่หนึ่งแสนในวันเดียว   แปลว่ามีผู้รับเชื้อที่ไม่แสดงอาการอีก 900000 คนในวันเดียว  จำนวนผู้ปล่อยเชื้อจึงมากกว่าที่เข้าใจกัน ที่น่ากลัวคือ ในบางพื้นที่คนอาจปล่อยเชื้อ ทำtransmissionกันเอง ระหว่างคนที่แข็งแรง ไม่แสดงอาการด้วยกันยาวนาน  เอาว่าทุกหกวันผู้รับเชื้อจะเพิ่มเท่าตัว จู่ๆก็ป่วยหนักทั้งเมือง แบบนิวยอร์ก บราซิเลีย มิลาน

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เราใช้สูตรว่า พบคนป่วยหนึ่งคน จะมีคนที่เราหาตัวไม่พบ30คน พบคนตาย1คน จะมีคนติดเชื้อ 800 คนที่เราไม่พบ สูตรของUCL ของน้อง นีล เฟอร์กูสัน ดีนะที่คนไทยช่วยกันล้วงควักข้อมูลมาแต่เดือนกุมภา เราไม่เชื่อว่าค่า Ro 2,1 เราเจอว่าค่าตั้ง4.4 ถึง6.6
และประชากรโลกจะถูกโจมตี80%ของทั้งหมดจึงจะเลิกรากัน วันนี้ นึกภาพที่คนที่ติดเชื้อเมื่อวานล้านคน กำลังปล่อยเชื้อ ถ้าไม่คุม หนึ่งคนแพร่เชื้อให้คนได้ 406คนในหนึ่งเดือนจำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มมหาศาล หนึ่งล้านคน สร้างได้อีก 406ล้านคนในหนึ่งเดือน สิบสองเดือนก็จะร่วม4000 ล้าน
เวฟสองจะมาแน่ ปีนี้ปีหน้าจะน่ากลัวครับ คิดเลขก็รู้ ถ้ามันจะจบไวก็เพราะแนวนี้แหละ

อิอิ หลอกกันนี่หว่า เรารู้ แต่ประเทศส่วนใหญ่ไม่รู้
ไม่มีเพจลับแบบของเรา
มีอะไรที่น่าค้นหาในเพจนี้เยอะจ้า ตลกแต่เอาจริง เอาจริงๆ
ศึกนี้อีกยาว
ชงกาแฟกินดีกว่า
สวัสดีตอนเช้านะครับ
อาบน้ำวันละหกครั้งนะ อากาศมันร้อน สระผมซะด้วย
จุ๊บๆ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  https://www.thaipost.net

เนื้อหาต้นฉบับ https://www.thaipost.net/main/detail/66588

โรคติดต่อไวรัสโควิค -19 เกิดขึ้นในแคลิฟอร์เนียปีที่แล้วก่อนที่จะระบาดในเมืองอู่ฮั่น ผลการผ่าชันสูตรศพแสดงให้เห็นว่าสาเหตุการตายคือไวรัสโควิค-19 ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกวินิจฉัยอย่างผิดๆว่าตายเพราะไข้หวัดใหญ่ ผู้ตายเหล่านี้ไม่เคยเดินทางออกจากสหรัฐ อเมริกาเป็นผู้ปกปิดแหล่งกำเนิดของไวรัส
ตามรายงานของสื่อในสหรัฐ ผู้ว่าแคลิฟอร์เนีย Gavin Newsom ได้ออกคำสั่งที่สำคัญนี้ให้ชันสูตรศพผู้ตายด้วยไข้หวัดใหญ่ในเดือนธันวาคม ปี 2019 ในรัฐของเขา
จุดประสงค์เพื่อชี้ชัดว่าไวรัสโควิคเริ่มปรากฎในรัฐแคลิฟอร์เมื่อไหร่
ในที่ประชุมนักข่าว Nelson กล่าวถึงเหตุผลที่เริ่มงานนี้เพื่อที่จะเจาะลึกหาความจริงว่าไวรัสโควิคเริ่มมีอิทธิพลต่อชาวเมืองแคลิฟอร์เนียเมื่อไหร่ นี่มีความสำคัญต่อหลักฐานทางการแพทย์
Nelson กล่าวว่า ไม่เพียงแต่จะดำเนินการในแคลิฟอร์เนียเท่านั้น แต่จะตรวจที่รัฐอื่นๆด้วย แคลิฟอร์เนียเป็นเพียงผู้เริ่มต้น รัฐอื่นๆก็ควรจะค้นหาความจริงโดยไม่ปิดบังเช่นกัน
เมื่อสองวันที่แล้ว กรมอนามัยที่ Santa Clara ในแคลิฟอร์เนียได้ทำการชันสูตร 3 ศพ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกจัดอยู่ในจำพวกตายด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ พวกเขาตายวันที่ 6 และ 17 กุมพาพันธ์ และ 6 มีนาคมตามลำดับ ผลของการชันสูตรศพทั้ง 3 นี้แสดงว่า แท้จริงแล้วตายจากการติดเชื้อโควิค
ตามรายงานของสื่อในสหรัฐ ชาวแคลิฟอร์เนียทั้ง 3 คนนี้ไม่เคยเดินทางไปประเทศจีนเลย
การตายของพวกเขาเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ผลสรุปทำให้ทรั้มป์ตกใจที่คนตายเพราะติดเชื้อจากในอเมริกาเอง
หลังจากที่กรมอนามัยได้ประกาศผลออกมา นายกเทศมนตรีแคลิฟอร์เนียได้สั่งการให้เข้าไปไต่สวนเรื่องนี้อย่างละเอียด
เจ้าหน้าที่ของกรมอนามัยใน Santa Clara กล่าวว่า 3 ศพนี้เป็นเพียงปัญหาเล็กๆ ยังมีการตายอีกมากมายที่ถูกจัดว่าตายด้วยไข้หวัดใหญ่ แท้จริงแล้วตายด้วยโรคโควิค
ข่าวนี้สะเทือนไปทั่วทั้งอเมริกาและทั่วโลก เพราะก่อนหน้านี้ทรั้มป์พยายามให้ร้ายจีนโดยการเรียกโรคโควิคว่าโรคไวรัสจีน และสร้างภาพลวงว่าโรคโควิคกำเนิดจากจีน เพื่อที่จะกดดันจีน
การชันสูตรศพได้แสดงถึงโรคโควิคได้แพร่กระจายอยู่ในสหรัฐก่อนหน้านี้ รัฐบาลทรั้มป์ไม่ยอมรับ และพยายามปกปิดด้วยวิธีการต่างๆ
หลังจากทรั้มป์ให้ร้ายจีนไม่สำเร็จ เขาก็หันไปเอาเรื่องกรมอนามัยโลกโดยการยุติเงินสนับสนุน
อย่างไรก็ตาม ทรั้มป์ไม่เพียงแต่ล้มเหลวอย่างน่าเสียดาย แท้จริงแล้วเขากำลังขุดหลุมฝังตัวเอง
เมื่อเร็วๆนี้ โรคโควิคถูกพบบนเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐด้วย ในเมื่อเรือล่องอยู่บนทะเลลึกเป็นเดือนๆยังมีคนติดเชื้อไวรัส จึงสรุปได้ว่าเชื้อโรคถูกแพร่กระจายจากพื้นดินสู่บนเรือ ไม่ใช่จากประเทศอื่น
ลูกเรือในเรือดำน้ำก็ติดโรคโควิดหลายคน ในเมื่อเรือดำน้ำดำอยู่ในทะเลเป็นร้อยวัน ลูกเรือย่อมติดเชื้อได้จากบนฝั่งเท่านั้น
เหตุการณ์ดังกล่าวชี้ชัดว่าโรคโควิคแท้จริงแล้วระบาดก่อนหน้าที่จะมาตรวจพบที่จีนเสียอีกหากทรั้มป์ไม่พยายามปกปิดมัน
ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่าโรคโควิดมีแหล่งกำเนิดจากสหรัฐมากกว่าจากจีน
ทำไมตอนนี้สหรัฐถึงต้องการชันสูตศพผู้ตายเพราะโรคไข้หวัดใหญ่ เป็นเพราะในขณะนี้ ทรั้มป์และคณะบริหารของเขาพยายามปกปิดความจริงโดยการโยนความผิดให้จีนเพื่อบิดบังความไร้สามารถของตนจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากชาวอเมริกัน
ในตอนแรก คณะบริหารของทรั้มป์ปฏิเสธที่จะให้วิเคราะห์คนไข้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อโควิค เพื่อจะได้ไม่มีผู้ป่วยด้วยโรคนี้ แต่โชคร้าย โรคโควิดแพร่กระจายเสมือนไฟลามทุ่งสุดจะปกปิดได้ ผลสุดท้ายก็ต้องออกมาเริ่มตรวจแบบไม่เต็มใจด้วยจำนวนอันน้อยนิด ถ้าอุปกรณ์ตรวจเพียงพอ จะพบผู้ติดเชื้อจำนวนน่าตกใจ ซึ่งจะกระทบเศรษฐกิจอเมริกาจนต้องปิดเมือง ทรั้มป์ในฐานะประธานาธิบดีจะถูกวิจารณ์อย่างไม่เคยมีมาก่อน โอกาสที่เขาจะได้รับเลือกตั้งให้อยู่ในตำแหน่งต่อก็จะพังไปด้วย นั่นคือเหตุผลที่เขาพยายามจะชะลอการตรวจหาเชื้อโควิคคนในอเมริกา
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในสหรัฐได้เปลี่ยนไป หลายๆรัฐแสดงความไม่พอใจวิธีจัดการกับโรคระบาดของทรั้มป์และรัฐบาลส่วนกลาง พวกเขารู้สึกว่าทรัมป์ทำผิดพลาดอย่างมหันต์ ซึ่งใครบางคนต้องรับผิดชอบ ผู้ว่าการรัฐไม่อยากจะถูกตำหนิ อันเป็นผลมาจากการมองข้ามและการปกปิดของทรัมป์ ทรัมป์จะเป็นคนเดียวที่ต้องให้คำตอบ
อย่างไรก็ตามทรัมป์ก็มีกลุ่มผู้สนับสนุนที่ประท้วงบนท้องถนนที่คัดค้านคำสั่งกักบริเวณ แต่ก็มีชาวอเมริกันจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับทรัมป์ซึ่งโทษว่าเขาจัดการกับโรคระบาดครั้งใหญ่ที่แย่มากและมีชาวอเมริกันเสียชีวิตจำนวนมาก พวกเขาประท้วงโดยการเอาถุงใส่ศพจำนวนมากไปไว้หน้าทรัมป์พลาซ่า
ตอนนี้มีสองรัฐในสหรัฐฯที่เป็นผู้นำในการต่อต้านทรัมป์ หนึ่งในนั้นคือรัฐนิวยอร์กซึ่ง Andrew Cuomo ผู้ว่าการรัฐระบุว่าได้ทำการทดสอบผู้ป่วยแล้วว่าติดเชื้อมากกว่า 2,500,000 ราย คำพูดของเขาสั่นสะเทือนไปทั่วประเทศและทำให้เกิดความอับอายอย่างมากต่อประธานาธิบดีทรัมป์
อีกรัฐของสหรัฐอเมริกาคือรัฐแคลิฟอร์เนีย Gavin Newsom ผู้ว่าการรัฐได้ขู่หลายครั้งว่าหากทรัมป์ไม่สนับสนุน แคลิฟอร์เนียอาจซื้อเวชภัณฑ์อย่างอิสระดังเช่นประเทศอื่น คำสั่งการชันสูตรศพของ Newsom เกี่ยวกับเหยื่อของการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ถือเป็นความท้าทายโดยตรงต่อทรัมป์ซึ่งเป็นการเปิดเผยการโกหกของทรัมป์ต่อประชาชนชาวอเมริกัน

วันหนึ่งนักประวัติศาสตร์จะเขียนว่า Covid-19 มีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐอเมริกาซึ่งการโกหกและการปกปิดของทรัมป์ทำให้เกิดการเสียชีวิตของชาวอเมริกันนับหมื่นชีวิต

 


 27 พ.ค.63- ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข  นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค  เปิดเผยว่า ขณะนี้ตัวเลขผู้ป่วยในประเทศมีค่อนข้างน้อย ผู้ป่วยที่พบจำแนกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ประกอบด้วย กลุ่มแรกเป็นคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศแล้วเข้าสู่สถานที่กักตัวเพื่อสังเกตอาการตามที่รัฐกำหนด หากมีอาการจะพบในช่วง 14 วันที่กักตัว ซึ่งจะส่งเข้าระบบการรักษา ส่วนกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มผู้สัมผัสผู้ป่วยรายเดิม อย่างไรก็ดี ทางฝ่ายวิชาการมีข้อมูลสนับสนุนทำให้เชื่อว่าในประเทศไทยยังมีผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรือแสดงอาการน้อยหลงเหลืออยู่อีกจำนวนหนึ่ง ทำให้กระทรวงสาธารณสุขยังต้องเฝ้าระวังและค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกต่อไป 


ขณะเดียวกัน จากผลการศึกษาการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยนักวิจัยชาวจีนจากศูนย์ควบคุมโรค มณฑลหูหนาน พบว่า เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สามารถแพร่กระจายได้ไกลถึง 4.5 เมตรบนรถโดยสารสาธารณะปรับอากาศ ทำให้ผู้โดยสารติดเชื้อได้หลายคนในช่วงเวลาเดียวกัน อีกทั้งงานวิจัยเกี่ยวกับการติดเชื้อในร้านอาหารช่วงแรกของการระบาดในประเทศจีนพบว่า การนั่งรับประทานอาหารในพื้นที่จำกัดที่มีระบบระบายอากาศแบบปิด และใช้เครื่องปรับอากาศที่อากาศไหลเวียนในพื้นที่จำกัด ก่อให้เกิดการติดเชื้อได้เป็นจำนวนมากเช่นกัน เพราะทุกคนต้องถอดหน้ากากขณะรับประทานอาหาร เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อมากขึ้นด้วย จึงแสดงให้เห็นว่าในพื้นที่จำกัดที่มีระบบอากาศปิด และใช้เครื่องปรับอากาศ เช่น บนรถโดยสารปรับอากาศ รถโดยสารสาธารณะ ทุกคนต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างให้ได้ 1-2 เมตร บนโต๊ะอาหารอาจต้องมีฉากกั้นเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของละอองฝอย จึงเป็นที่มาของคำแนะนำให้ต้องนั่งแยกโต๊ะกันขณะรับประทานอาหารในร้านอาหารที่ระบบถ่ายเทอากาศแบบปิด ที่ใช้เครื่องปรับอากาศ นโยบายการควบคุมโรคของประเทศไทยที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเหมาะสมแล้ว แต่การจะประสบความสำเร็จต่อไปนั้นต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดร่วมกัน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  https://www.thaipost.net

เนื้อหาต้นฉบับ https://www.thaipost.net/main/detail/67108

1.Omega-3 เป็นสารที่พบมากในอาหารเสริมจำพวกน้ำมันพืชและถั่วบางชนิด รวมทั้งจากอาหารทะเลจำพวกปลาน้ำลึก และสาหร่ายทะเลแต่ข้อมูลจากการศึกษาพบว่า มีหลักฐานน้อยมากว่า Omega-3 ช่วยป้องกันโรคหัวใจ

2.อาหารเสริมบางชนิดอาจเป็นโทษ เช่นการแนะนำให้กิน วิตามินD ร่วมกับ แคลเซียมอาจทำให้เกิดการเพิ่มโอกาสการแข็งตัวของเลือด (blood clotting) ในเส้นเลือดเป็นสาเหตุของความเสี่ยง ที่จะเกิดอาการ Stroke หรือการอุดตันของเส้นเลือดในสมอง นำไปสู่อาการอัมพฤกษ์หรืออัมพาตได้

3.อาหารเสริมบางชนิดเช่น วิตามิน A,B,C,D,E และbeta carotene รวมทั้งพวกวิตามินรวมทั้งหลาย มีผลน้อยมากกับสุขภาพโดยรวมของคนปกติที่ไม่มีอาการขาดวิตามินแต่อย่างใด

4.มีการแนะนำว่าอาหารที่ประกอบด้วยธัญพืช ผัก ผลไม้ ถั่วและน้ำมันมะกอก ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคหัวใจแต่โดยรวมก็ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าช่วยป้องกันโรคหัวใจได้อย่างชัดเจน

 

 

7 พ.ค.63 - ขณะนี้โลกสังคมออนไลน์ ได้แชร์ภาพและเรื่องราวของหมอหลังได้รักษาผู้ป่วยนอนติดเตียง โดยถอนฟันเจอโพรงใหญ่และมีหนอนแมลงวันอยู่ในรูเป็นจำนวนมาก โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Thanatnon Rong Assava" ทันตแพทย์ โรงพยาบาลพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช โพสต์เล่าเรื่องดังกล่าวดังนี้ เคยเห็นแต่ในตำราเวลาอาจารย์สอน ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเอง สยอง 3 วินาที หนอนแมลงวันในปากคนไข้ 12 ตัว ดิ้นได้ จะลง วิดีโอก็เกรงใจ

หลังจากโควิดทำพิษ พักก่อนกันสักระยะ วันนี้ได้รับแจ้งจากงานเยี่ยมบ้านว่ามีคนไข้ติดเตียงเหงือกบวมมาก เป็นผู้ป่วยเพศชายอายุ 70 ปี นอนติดเตียงเกือบ 1 ปีแล้ว จำได้ว่าเคยไปเยี่ยมและสอนผู้ดูแลแปรงฟันเมื่อตอนสิงหาคม ปีก่อน วันนี้ญาติส่งรูปให้ดู เห็นในภาพบวมแปลกๆ ด้านเพดาน ใหญ่มาก คนไข้ไม่บ่นเจ็บ เพราะพูดไม่ได้ ญาติถามหมอสะดวกไปดูวันไหน เลยบอกว่าวันนี้ได้ครับช่วงบ่าย เดี๋ยวหมอลงไปเยี่ยมที่บ้าน เลยเตรียมทีมจัดแจ้งข้าวของคิดว่าไปดูก่อนว่าทำอะไรได้บ้าง ชุดป้องกันกลัวเอาโรคไปติดคนไข้ นอนติดเตียงออกรถไปเอง ญาติมารับปากทาง เข้าไป ดูสภาพแล้วมีแผลกดทับ นอนติดเตียง ผอมแห้ง ในบ้าน มีเด็ก ลูกหลานหลายคน บอกหยุดงานโควิดกัน เข้าไปวัดไข้ ไข้สูง 39.4 ไม่แน่ใจวัดใหม่ ก็ 39.3 เลยให้ผู้ดูแลเช็ดตัว และตรวจดูช่องปาก ด้านเพดานบวมออกมามาก ฟัน 4 ซี่หน้าโยก มีแผลกดทับด้านก้น มีสายอาหารคาจมูก เจาะคอ มียาจากมหาราช มียากันชัก ที่มีผลต่อะหงือกญาติบอกพบหนอนในปากตอนแรกดูที่บ้าน ไม่เจอ จึงเช็ดทำความสะอาด ประเมินด้วยไข้ด้วยสภาพ ไม่น่าทำหัตถการตรงนี้ จึงโทรปรึกษา คุณหมอ maxilo มหาราช ว่าให้ทำอย่างไรดีเพราะเคลื่อนย้ายคนไข้ยาก

จากการประเมินเช็ดตัววัดไข้ เลยไม่รู้ว่าไข้จากอะไร จึงตัดสินใจประสานห้องฉุกเฉิน ให้รถโรงพยาบาลมารับคนไข้ รพ.ประสานให้รถมูลนิธิมารับ ผมกับหมอยุ้ยและผู้ช่วยก็นั่งรอ เตรียมคนไข้ไปโรงพยาบาล มาถึงก็เข้าห้องฉุกเฉิน วัดไข้ซ้ำ ก็ 39.4 หมอให้ตรวจ cbc และพยายามหาว่าเป็นไข้จากแผลกดทับหรือในปาก พยาบาลห้องฉุกเฉินล้างแผล และส่งมาห้องฟัน เนื่องจากเรากลัวสำลัก ต้องการ suction

เคสนี้พี่หมอยุ้ย ฉีดยาชาและถอนฟันก่อน พอถอนเท่านั้นแหละเห็นโพรงใหญ่ เหมือนถ้ำ ดึงออกมามีหนอน 1 ตัว หลังจากนั้นก็รื้อโพรงเจอหนอนมากมาย เนื้อที่งอกมาคือรังหนอน ค้นหาเจอ 12 ตัวเบื้องต้น vdo call กับพี่หมอผึ้ง maxilo เนื่องจากเราไม่มั่นใจว่าหนอนหมดรึยัง จึงปรึกษา พี่ดูค่า lab ไม่ค่อยดี พี่แนะนำให้เย็บปิดก่อน แล้วส่งต่อมหาราช เขียนใบรีเฟอร์ ส่งไปด้วยหัวใจเลยจ้า

วันนี้ตัดสินใจถูกที่รีบออกไปดู เพราะถ้านานกว่านี้คนไข้คงแย่ ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะเจอหนอนตัวเป็นๆในปาก สยองจนติดตา ขอบคุณ พี่ยุ้ย พี่ผึ้ง พี่ดาว ทีมงานทันตกรรม และทีมเยี่ยมบ้านที่ส่งต่อข้อมูล ดูแลกันเป็นทีม โควิดทำให้เราห่างกัน แต่ใจยังผูกพัน เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนดูแลผู้ป่วยติดเตียงอย่าให้คนไข้นอนอ้าปาก แมลงวันจะทำรัง

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.thaipost.net

เนื้อหาต้นฉบับ https://www.thaipost.net/main/detail/65271

 

หมวดหมู่รอง

สาระน่ารู้

บทความวิชาการ