'หัวหน้า' และ 'คนทำงาน' แบบไหน ที่โลกต้องการในปี 2021

เช็คลิสต์! คุณสมบัติของ "หัวหน้า" หรือ "ผู้บริหาร" รวมถึง "คนทำงาน" ที่ตลาดแรงงานปี 2021 ต้องการ และทิศทางการปรับตัวให้ทันโลกที่เหวี่ยงเร็วก่อนที่เราจะถูกเหวี่ยงออกจากการทำงานในอนาคต

ตัวเลขคน "ตกงาน" ที่มีแนวโน้มมากขึ้นในบ้านเราเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป จำนวนผู้สำเร็จการศึกษาที่มากขึ้น การดิสรัปของเทคโนโลยี และอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญมาก คือ "ทักษะที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน" 

นี่ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย เพราะการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มเข้ามาทำงานแทนที่มนุษย์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วคล้ายคลึงกันในหลายประเทศทั่วโลก และเป็นการส่งสัญญาณว่า "การทำงานแบบเดิมๆ จะไม่สามารถตอบโจทย์การทำงานได้อีกต่อไป"

  •  แล้วคนแบบไหนที่โลกการทำงานต้องการ ในปี 2021? 

ข้อมูลจากงานสัมมนา "Brand inside forum 2020 New Workforce" สะท้อนให้เห็นว่าในอนาคตการทำงานที่เคยเปลี่ยนมาตลอด จะเปลี่ยนแปลงไปยิ่งกว่านี้ และนั่นเป็นสาเหตุสำคัญที่คนทำงานยุคใหม่ต้องเปลี่ยนตัวเองให้ทันโลก หรือในบางครั้งอาจจะต้องนำหน้าการหมุนของโลกก่อนที่จะถูกเหวี่ยงออกไปจากตลาดแรงงาน

ทว่าการเปลี่ยนแปลงในอนาคตไม่เลือกหน้า ไม่ว่าจะอยู่ใน "ระดับปฏิบัติงาน" "ลูกน้อง" หรือนั่งเก้าอี้ "ผู้บริหาร" หรือผู้ที่ต้องรับผิดชอบระดับ "หัวหน้างาน" ก็จะต้องปรับตัวเพื่อขับเคลื่อนทีมของตัวเองไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพที่อาจต้องเปลี่ยนไปจากทศวรรษก่อนหน้าแทบจะสิ้นเชิง

 

160446133022

 

  •  "ผู้นำ" แบบไหน ที่ลูกน้องอยากได้ในอนาคต 

ธนา เธียรอัจฉริยะ, Chief Marketing Officer SCB พูดถึงแนวโน้มการเป็นผู้บริหารและผู้นำยุคใหม่ที่ใครๆ ก็ต้องการปี 2021 ซึ่งหน้าที่ของผู้บริหารหรือหัวหน้านับตั้งแต่ปี 2021 จะไม่เหมือนยุค 90's อีกแล้ว

ธนา เล่าว่า เมื่อพูดถึงหัวหน้า หรือที่หลายคนเรียกว่าเจ้านายเมื่อราว 10-20 ปีที่แล้ว คือคนที่น่าเกรงขาม คอยสั่งงาน และผลักดันให้งานนั้นสำเร็จ แต่ในโลกยุคใหม่จะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะหน้าที่สำคัญของผู้นำที่ดี คือการ "สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำงาน" นั่นหมายถึงการสร้างบรรยากาศที่กระตุ้นให้ทีมสามารถแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ และมีความสุข ไม่ใช่แค่ทำตามคำสั่งเพื่อวัดผล

 

"ผู้นำที่ดีคือคนที่สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำงาน และดึงศักยภาพของคนทีมออกมาได้ดี" 



ธนา เธียรอัจฉริยะ

โดย ธนา ได้เน้นย้ำ 4 เรื่องสำคัญที่คนเป็นผู้บริหาร หัวหน้างาน หรือผู้นะต้องมีในโลกของการทำงานยุคใหม่ที่มีความไม่แน่นอนจากทุกทิศทาง ประกอบด้วย

Humble : รู้ว่าตัวเองไม่รู้ ณ ที่นี้หมายถึงการไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว พร้อมที่จะยอมรับว่าตัวเองไม่รู้อะไร เพื่อเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ทำตัวรู้ไปเสียทุกเรื่อง 

Empathy: ทำตัวให้เล็กเข้าไว้ ในอดีตผู้บริหารหรือหัวหน้ามักจะเป็นผู้ที่ชี้นำทุกอย่างให้กับคนทำงาน แต่คนในเจเนอเรชั่นใหม่ต้องการแสดงความเห็น และแลกเปลี่ยนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนจุดหมายบางอย่างร่วมกัน ดังนั้น เป็นผู้นำยุคใหม่ ลองเป็นผู้ตามในบางเรื่องแล้วจะเจออะไรใหม่ๆ และมีโอกาสเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจคน เมื่อมีความเข้าใจและรู้จักรับฟังอย่างแท้จริง 

Sacrifice: เสียสละ คนที่ไม่พร้อมจะเสียสละ..เป็นผู้นำไม่ได้ ต้องเหนื่อยให้ทีมงานเห็น จึงจะเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของคนได้ โดยเฉพาะทีมงานของตัวเอง

Courage: มีความกล้าหาญ ผู้นำต้องกล้า ทั้งกล้าคิด กล้าทำสิ่งใหม่ๆ ถ้ายอมรับเมื่อมีอะไรผิดพลาด ไม่มัวแต่โทษคนอื่น 

ด้าน กานติมา เลอเลิศยุติธรรม, Group Chief Human Resources Officer, AIS  ได้กล่าวถึงผู้บริหารในอนาคตไว้ว่า "ถ้าผู้บริหารกำลังติดกรอบความสำเร็จเดิม เพราะบริบาทการแข่งขันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ลูกค้าเปลี่ยนเจเนอเรชั่น ผู้บริหารหลายคนมักจะเอาการแก้ปัญหาเดิมๆ มาแก้ปัญหาใหม่ ท่านกำลังไปสู่หายนะ"

 

"คนรุ่นก่อนอาจจะถามว่าเวลาเราเจ็บป่วยองค์กรจะดูแลยังไง แต่คนรุ่นใหม่ตั้งคำถามว่าองค์กรจะดูแลเรายังไงไม่ให้ป่วย"

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม

กานติมาอธิบายอีกว่า คนรุ่นใหม่ตั้งคำถามและมีมุมมองที่เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น ไม่นับถือผู้บริหารเพียงเพราะอยู่ในลำดับบังคับบัญชาที่สูงกว่า แต่จะนับถือคนที่ออนท็อปส์ให้พวกเขาเก่งและเติบโตได้ คนรุ่นก่อนอาจจะถามว่าเวลาเราเจ็บป่วยองค์กรจะดูแลยังไง แต่คนรุ่นใหม่ตั้งคำถามว่าองค์กรจะดูแลเรายังไงไม่ให้ป่วย

ที่สำคัญคือ คนรุ่นใหม่ไม่อยากทำงานประจำ คนที่มีศักยภาพไม่อยากทำงานให้องค์กรใดองค์กรหนึ่ง ดังนั้นผู้นำต้องคิดว่า ทำอย่างไรให้คนทำงานที่มีประสิทธิภาพอยู่กับองค์กรได้ หรือทำงานให้องค์กรแบบใดได้บ้างบนความบาลานซ์แบบใหม่ด้วย

 

บทความจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/905977?anf=

16 มิ.ย.63- รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก. Thira Woratanarat ว่า

...รักก็คือรัก หลงก็คือหลง ถ้าถามชาวประมงก็คงไม่เข้าใจ...

ฟังดนตรีเพลินๆ ก็มีคำถามในใจขึ้นมา

ถามว่าตอนนี้ผมวางแผนว่าจะถามชาวประมงว่าอะไร เหตุใดจึงคาดว่าเค้าจะไม่เข้าใจ

ที่ผมจะถามคือ รู้ไหมว่าในช่วงต้นปีนั้น ณ ดวงดาวโอเมก้าเดลต้าอัลฟ่า-32187 เหตุใดจึงมีการสนับสนุนจัดงานแข่งรถบางอย่าง การันตีความปลอดภัย และออกข่าวว่าจะได้เงินเข้าประเทศจากนักท่องเที่ยวเรือนแสน ทั้งๆ ที่มีโรคระบาดในสังคม? แต่สุดท้ายก็เงียบไป

เหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์หน้ากากล่องหน? แต่สุดท้ายก็เงียบไป

เหตุใดจึงมีเรื่องหัวคิวสถานกักตัวสังเกตอาการ? แต่สุดท้ายก็เงียบไป

เหตุใดจึงเกิดกระแสยาเสพติดโด่งดังเรื่องสรรพคุณรักษาโรคมากมาย ทั้งๆ ที่หลักฐานวิชาการแพทย์สากลมีที่ใช้อย่างจำกัดมาก? มีแพทย์มากมายออกมาทักท้วง แต่สุดท้ายก็เงียบไป จะทำอ่ะ ใครจะทำไรได้

ตกลงโคขวิดคือหวัดธรรมดาไหมนะ? เห็นดังอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วเงียบๆ ไปเหมือนกัน

พอเรากวาดตามองจากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีปรากฏการณ์ที่เราไม่เข้าใจอยู่มากเหลือเกิน

ไม่เข้าใจว่า...เกิดขึ้นได้อย่างไร หากดำเนินชีวิตอย่างมีสติอยู่เสมอ ใช้ปัญญาในการคิดไตร่ตรอง และสำคัญที่สุดคือ การผ่านด่านคุณธรรม ศีลธรรม และจริยธรรม ก่อนจะตัดสินใจประพฤติปฏิบัติ

หันมามองบ้านเรา ดีใจที่วันนี้ไม่มีเคสติดเชื้อรายใหม่

0 รายติดต่อกันนานทีเดียว

แต่อย่าเพิ่งประมาทนะครับ จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ก็มีเคสติดเชื้อใหม่กลับมาแม้เค้าจะศูนย์มาหลายสัปดาห์มากกว่าเรา

ย้ำหลายครั้งว่า โควิด-19 เป็นโรคที่เกิดจากไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งเรายังไม่มียารักษามาตรฐาน ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน

อาวุธเดียวที่เรามีคือ การ์ดจากสองแขนของเรานี่แหละที่จะต้องช่วยกันป้องกันอย่างพร้อมเพรียง

ใส่หน้ากากเสมอ...ล้างมือบ่อยๆ...อยู่ห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 1 เมตร...

พูดน้อยลง...พบปะคนน้อยลงสั้นลง

เลี่ยงที่แออัดอโคจร...และหมั่นตรวจเช็คอาการของตนเองและครอบครัว ถ้าไม่สบายให้รีบปรึกษาแพทย์ใกล้ตัว

เคสใหม่ไม่มีรายงาน ไม่ได้แปลว่าไวรัสหมดไปจากประเทศ

รัฐช่วยปลดล็อคให้มีการใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติแล้ว ขอให้มีสติในการใช้ชีวิต

ศึกนี้ยาวนาน...ควรอดทน อดกลั้น อดออม พอเพียง

นโยบายใดๆ ที่รัฐจะกระทำออกมานั้น หากมีความเสี่ยงต่อสวัสดิภาพความปลอดภัยของประชาชน อยากขอเรียกร้องให้มีกลไกกลางในการกลั่นกรองและได้รับการพิจารณาจากท่านนายกรัฐมนตรีและทีมงานอย่างละเอียด

เน้นว่าโปรดระวังการตัดสินใจเชิงนโยบายที่ผ่านกลุ่มการเมืองขั้วใดขั้วหนึ่ง เพราะจะขาดการถ่วงดุลอำนาจการตัดสินใจ

ยิ่งโรคระบาดลามไปทั่วโลก ยิ่งต้องระวังนโยบายด้านสุขภาพ ท่องเที่ยว และเดินทางครับ.

ขอบคุณข้อมูลจาก  https://www.thaipost.net/

เนื้อหาต้นฉบับ https://www.thaipost.net/main/detail/68859

'โควิด-19' พลิกโลก สร้าง NewNormal ใหม่! 'อุตสาหกรรม' ต้องเร่งปรับตัว

โควิด-19 ครั้งนี้เป็นการสร้างจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมจะเกิดการ “ปฏิวัติ” ครั้งใหญ่ ทุกประเทศจะเริ่มหันมาพึ่งพาการผลิตในประเทศมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคง

สวัสดีผู้อ่านคอลัมน์ Think Forward ทุกท่านครับ ณ เวลานี้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี ภาครัฐออกมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 3 เปิดให้ภาคธุรกิจกลุ่มต่างๆ เริ่มขยับเขยื้อนให้เศรษฐกิจหมุนเวียนกันได้บ้าง ซึ่งถือเป็นข่าวดี แต่อย่าชะล่าใจไปนะครับ การ์ดอย่าตก ต้องเข้มข้นในเรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ทั้งสวมหน้ากาก รักษาระยะห่าง สแกนคิวอาร์โค้ดไทยชนะกันเหมือนเดิม จนกว่าโควิด-19 จะผ่านพ้นไป

ต้องยอมรับว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ครั้งนี้เป็นการสร้าง “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมจะเกิดการ “ปฏิวัติ” ครั้งใหญ่ โดยทุกประเทศจะเริ่มหันมาพึ่งพาการผลิตในประเทศมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคง

เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นบทเรียนให้ประเทศที่พึ่งพาการค้า การลงทุน Supply chain วัตถุดิบ ชิ้นส่วนต่างๆ จากต่างประเทศ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จะส่งผลให้ระยะต่อไปจะเห็นมาตรการกีดกันการค้ามากขึ้น เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับตัวให้ทัน

ที่สำคัญยังทำให้เกิดกระแส New normal วิถีชีวิตใหม่ที่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่เกิดโควิด-19 ที่เห็นได้ชัดในภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการได้หันมาปรับแผนธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่มีแรงกดดัน ทำให้มีการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ (AI) และระบบอัตโนมัติ (Automation) มาใช้มากขึ้น เป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีนำหน้า

 

ผมมองว่าเวลานี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทย โดยอุตสาหกรรมดั้งเดิมจะต้องผลักดันให้เกิดการใช้สินค้าไทย หรือ Made in Thailand อย่างเข้มข้น ต้องให้กรมบัญชีกลางเสนอระบบการจัดซื้อจัดจ้างที่มุ่งเน้นการใช้สินค้าไทยเป็นอันดับแรกก่อน

รวมทั้งควรสนับสนุนให้จัดตั้ง “กองทุนนวัตกรรม” (Innovation Fund) ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทย ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญของไทย เพื่อสนับสนุนในการพัฒนานวัตกรรม ให้กลายเป็น Supply chain ของอุตสาหกรรมเป้าหมายตามที่ภาครัฐตั้งเป้าไว้

ขณะเดียวกันภาคเอกชนจะความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา และสถาบันการวิจัยต่างๆ ร่วมกันพัฒนาห่วงโซ่การผลิตให้ครอบคลุมการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำเพื่อลดการพึ่งพาชิ้นส่วนนำเข้าจากต่างประเทศ เน้นให้เกิดการพัฒนาใช้เอง แม้ระยะแรกต้นทุนอาจสูง แต่จำเป็นต้องหาแนวทางต่างๆ มาส่งเสริมให้เกิดขึ้น

ส่วนภาคอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของไทยในช่วงโควิด-19 เป็นอุตสาหกรรมที่มีความโดดเด่นเป็นโอกาสของไทย ท่ามกลางหลายประเทศที่เกิดภาวะขาดแคลนอาหาร ส่งผลให้ไทยสามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้น

จึงเป็นโอกาสที่จะผลักดันให้เกิดการใช้เทคโนโลยีมาบริหารจัดการ ที่คำนึงถึงอุตสาหกรรมต้นน้ำที่เป็นระบบทำให้เกิดการลดต้นทุน เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้กับภาคเกษตร และสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งกว่าเดิม รวมถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติ จะขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  https://www.bangkokbiznews.com

เนื้อหาต้นฉบับ https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/884892

'ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร' ชั้นเชิงและเกมเหนือชั้นของมหาอำนาจ‘จีน’

ถ้าใครไปเที่ยวจีน แล้วใช้เงินสดซื้อของ อาจถูกมองว่ามาจากยุคไหน เพราะปัจจุบันจีนใช้ระบบออนไลน์สแกนใบหน้าจ่ายเงินแล้ว และยุคนี้ใครๆ ก็อยากแวะร้านเสียวหมี่ที่มีแกดเจ็ตเทพๆ ถูกๆ ให้เลือก ทำไมจีนพัฒนาได้ก้าวไกล

กว่าจะรู้จักจีนอย่างลึกซึ้ง ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน ต้องใช้เวลาในการศึกษา หาประสบการณ์ ทั้งอ่านหนังสือเกี่ยวกับจีน ทำงานในจีน และคบหาสมาคมกับเพื่อนชาวจีน รวมถึงเดินซอกแซกในเมืองต่างๆ แวะไปหยอดเหรียญตีปิงปองกับหุ่นยนต์ นั่งรถไร้คนขับ ฯลฯ

 

จากคนไม่ดื่มเหล้า เขาใช้สุรานำทาง สร้างมิตรภาพ เพราะคนจีนจะให้ความสำคัญกับการกินและดื่ม

และนี่คือ เรื่องราวของดร.ไพจิตร ซึ่งจบปริญญาโท MBA ด้านการค้าระหว่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัย Laredo State และปริญญาเอก บริหารธุรกิจ ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัย Nova สหรัฐอเมริกา ในยุคที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็นความสำคัญ“การค้าระหว่างประเทศ” แต่เขาเชื่อว่าจะเป็นเรื่องสำคัญในอนาคต

และก็เป็นอย่างที่เขาคิด เขาได้ใช้วิชาความรู้ที่เรียนมาเข้ารับราชการเป็นกงสุล ฝ่ายการพาณิชย์ ที่นครเซี่ยงไฮ้ สังกัดกรมส่งเสริมการส่งออก (ปัจจุบันกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ) กระทรวงพาณิชย์ และเป็นอัครราชทูต ฝ่ายการพาณิชย์ กรุงปักกิ่ง สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์เมือง รวมๆ รับราชการในจีน 8 ปีครึ่ง

หลังจากออกจากราชการ เขาหันมาทำงานที่หอการค้าไทยในจีน และ 3 ปีต่อมาเป็นรองประธานฯ อีกตำแหน่ง รวมถึงทำงานเป็นนักเขียนอิสระ อาจารย์พิเศษ กรรมการและที่ปรึกษาองค์กรภาครัฐและเอกชน และกลางปี 2563 มาช่วยงานสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีนอีกทางหนึ่ง

และนี่คือเรื่องราวคนที่คุ้นเคยจีนดีที่สุดคนหนึ่งในเมืองไทย

 

อยากให้เล่าประวัติส่วนตัวสักนิด?

ผมเคยรับราชการ หลังจากนั้นมาทำงานเป็นที่ปรึกษาภาคเอกชน ทำงานกับคุณสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์(ซีพี) ซึ่งอยากให้ผมช่วยงานหอการค้าไทยในจีนเต็มตัว เพราะเมื่อ 4-5ปีที่แล้ว คนที่ทำงานหอการค้าไทยในจีน ส่วนใหญ่จะมีธุรกิจของตัวเอง จึงให้ความสำคัญกับหอการค้าฯน้อย แต่ท่านให้ความสำคัญ อยากให้เป็นสถาบันช่วยผู้ประกอบการในการบุกตลาดขยายธุรกิจในจีน ก็เลยชวนผมมาเป็นเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน ทำงานเหมือนซีอีโอ

 

เป็นซีอีโอหอการค้าไทยในจีน แล้วทำธุรกิจด้านอื่นด้วยไหม

ที่เขาดึงผมมาจากภาคราชการ เพราะผมไม่มีธุรกิจ แม้จะมีคนชวนทำธุรกิจ ตั้งแต่ร่วมทุนจนถึงถือหุ้นลม ผมไม่เอา ผมอาจจะเป็นคนโบราณที่มีอุดมคติ อยากเป็นเลขานุการมืออาชีพ เพราะผมเคยได้ยินบางคนบอกว่า ผลประโยชน์ของสมาคมหรือองค์กรเช่นนี้มักจะตกอยู่ที่กรรมการบริหาร

ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่มีโอกาสทำธุรกิจในจีน ไม่มีโอกาสเติบโต ดังนั้นใครอยากจะค้าขายหรือลงทุนมาปรึกษาลู่ทางธุรกิจกับผม ผมและทีมงานยินดีช่วยดูความเหมาะสมให้ เพราะการลงทุนในจีนต้องมีความลุ่มลึกในการจับคู่ธุรกิจให้เป็นรูปธรรม

160705285255

หุ่นยนต์แบบนี้ธรรมดามากในจีน 

เรียนรู้เรื่องจีนๆ จากไหนบ้าง

ชั้นหนังสือบ้านผมครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับจีน ผมชอบอ่านหนังสือ ค้นคว้า และมีประสบการณ์ในจีน เพราะผมเขียนบทความและหนังสือ อีกอย่างผมทำงานใกล้ชิดกับภาคเอกชนและภาครัฐของจีน 

จีน 15 ปีที่ผ่านมากับ 30 ปีที่แล้วก็ไม่เหมือนกัน ยิ่งในระยะหลังยิ่งเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผมมีโอกาสทำงานกับคุณธนากร เสรีบุรี นายกสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ซึ่งมีประสบการณ์เข้าออกจีนกว่า 30 ปี

ท่านกรุณาเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ผมฟัง นอกจากมุมมองของจีน ยังมีมุมมองธุรกิจต่างชาติ พอผมช่วยงานหอการค้าไทยในจีนได้ 5 ปี ท่านก็ทาบทามให้ผมมาเป็นเลขาธิการสมาคมฯ ผมก็เลยเอาสองส่วนนี้เชื่อมโยงเพื่อทวีกำลังกัน มีออฟฟิศทำงานทั้งในจีนและไทย

เท่าที่ผมเห็น จีนเป็นประเทศใหญ่ที่มีการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน โดยเฉพาะเศรษฐกิจ ตั้งแต่ท่านเติ้ง เสี่ยวผิง มีนโยบายเปิดประเทศสู่ภายนอก เศรษฐกิจจีนขยายตัวเฉลี่ยปีละ 9.5% รัฐบาลทำให้คนจีนกว่า 800 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส่งผลให้คนมีกำลังซื้อในประเทศเพิ่มมากขึ้น

 

ถ้าจะเข้าใจจีนอย่างลึกซึ้ง ต้องทำอย่างไร

ต้องยอมรับก่อนว่า เราไม่ค่อยรู้จักจีน ต้องเปิดกว้าง รับข้อมูลความคิด ก่อนผมจะมาประจำในเมืองจีน ผมคิดไปเองว่า จีนไม่เติบโตเพราะไม่เปิดกว้างทางความคิด แต่พอผมไปอยู่ที่นั่น ผมรู้เลยว่า จีนเปิดกว้างทางความคิด ยอมรับการเปลี่ยนแปลง 10 ปีที่ผ่านมาคนจีนวัย 60-70 ปีใช้สมาร์ทโฟนเป็นเรื่องปกติ มีอะไรใหม่ก็ลองใช้

ขณะที่ผมซื้อสมาร์ทโฟนให้แม่ แม่บอกว่าไม่เอาแบบที่ปัดหน้าจอไปมา เพราะใช้ไม่เป็น ผู้ประกอบการไทยบางคนเห็นคิวอาร์โค้ด ยังนั่งงงว่า มันคืออะไร ดังนั้นถ้าเรารู้ไม่ลึกเกี่ยวกับธุรกิจที่เป็นสมาชิกของเรา เราจะไปจับคู่ธุรกิจ ขยายธุรกิจ ช่วยเหลือเขา ก็เหมือนตาบอดคลำช้าง 

 

จากคนไม่ดื่มเหล้าก็หันมาดื่ม เพื่อสร้างสัมพันธภาพ ถ้าอย่างนั้นต้องเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตไหม

10 ปีที่แล้วผมไม่ดื่มเหล้า ถ้าวันไหนดื่มเบียร์หมดขวด นั่นแสดงว่าเป็นมื้อพิเศษ แต่ไปอยู่เมืองจีนตอนอายุ 42 ปี จำได้ว่า 6 เดือนแรกผมอาเจียนบ่อยมาก ธรรมเนียมจีนถ้าเขาชวนดื่ม แล้วไม่ดื่ม เหมือนคุยคนละภาษา เราอยากเป็นเพื่อนกับคนจีนก็เลยต้องดื่ม 

ถ้าคนจีนยอมโน้มตัวตักอาหาร หรือจุดบุหรี่ให้อีกฝ่าย นั่นเป็นการให้เกียรติ เวลาจะชนแก้วเหล้ากับคนจีน เราควรลดระดับแก้วให้ต่ำกว่า เพื่อให้เกียรติเขา เขาก็จะให้เกียรติเราตอบ ความจริงใจก็สำคัญ ถ้ามีความจริงใจเวลาคุยเจรจาการค้ากัน โอกาสที่จะพัฒนาความร่วมมือหรือตกลงกันง่ายขึ้น

160699191621

ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร

หลายคนบอกว่าจีนเปลี่ยนแปลงเร็วมาก อยากให้อธิบายเพิ่มสักนิด?

เวลาอยู่จีน ทุกๆ สัปดาห์ ผมจะล็อคเวลาครึ่งวันเพื่อเดินดูสิ่งใหม่ๆ ในเซี่ยงไฮ้และเมืองต่างๆ ไปนั่งรถแท็กซี่ไร้คนขับ หยอดเหรียญตีปิงปองกับหุ่นยนต์ เพราะเราต้องพาคณะไทยไปสำรวจตลาดจีนอยู่เรื่อยๆ ถ้าเราไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง เราจะพาเขาไปไม่ได้ จะเอามาบรรยายก็ไม่รู้อีก

ความเจริญทางด้านเทคโนโลยีเร็วมาก จีนได้ก่อสร้างจานดาวเทียมขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในมณฑลกุ้ยโจว และพัฒนาท่าเรือหยางซานที่เป็นอัตโนมัติ ไม่ใช้แรงงานคน รวมถึงจะพัฒนาระบบขนส่งสินค้าทางอุโมงค์ใต้ทะเลในเร็วๆ นี้ จีนจะมีรถไฟแม่เหล็กความเร็วสูงสุด 600 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจากปักกิ่งไปเซี่ยงไฮ้ ย่นย่อเวลาเหลือ 3 ชั่วโมง 

มีคำกล่าวว่า จีนเปลี่ยนเล็กทุกปี เปลี่ยนใหญ่ทุก 3 ปี สะท้อนว่าเมืองจีนเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว อย่างแผนพัฒนา 5 ปี พวกเขาวางแผนแล้วก็ลุยไปข้างหน้า ถ้าระบบพรรคคอมมิวนิสต์มีนโยบายชัดเจนแล้ว องคาพยพที่เกี่ยวข้องจะเคลื่อนตัวไปในทิศทางเดียวกัน ภาคเอกชนจะรู้ดีว่า เมื่อรัฐออกนโยบายจะไม่เปลี่ยนแปลงง่ายๆ

การสานต่อนโยบายของรัฐบาลจากรุ่นสู่รุ่นถือเป็นหน้าที่ แต่บ้านเราหรือต่างประเทศตรงกันข้าม ทำให้เมืองจีนพัฒนาอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง เวลาจะทำเรื่องอะไร จะมีกรณีศึกษาเป็นเรื่องเป็นราว ระบบการเมืองเชื่อมต่อกับทุกส่วน สามารถดำเนินการตามแผนได้เร็วกว่าหลายประเทศ

 

เทคโนโลยีเป็นตัวเร่ง ทำให้จีนพัฒนาประเทศเร็วขึ้น ?

จีนมีเป้าหมายว่า จะทำยังไงให้ประเทศมั่งคั่ง กิจการที่กระจุกอยู่ในภาครัฐต้องกระจายสู่ภาคเอกชน มีการปรับโครงสร้างพึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น และเมื่อนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนา แรงงานไร้ฝีมือต้องพัฒนาเป็นแรงงานมีฝีมือ

เพราะรัฐบาลช่วยในเรื่องเครื่องจักรที่ทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ใช้แรงงานเยอะ จีนไม่ได้มีปัญหาการว่างงาน แต่มีปัญหาขาดแรงงานเชิงคุณภาพ และแรงงานที่มีฝีมือ

 

เพราะอะไรคนจีนจึงพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

คนไทยอาจจะคิดเก่ง แต่ไม่ปฏิบัติ เมื่อเริ่มใช้ระบบ 5 G คนจีนจะมองหาโอกาสทางธุรกิจ ตอนไวรัสโควิดระบาด จีนงัดนวัตกรรมออกมาใช้อย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ช่วยเพิ่มการแข่งขันในสินค้าและบริการบนเวทีโลก

 

การขจัดความยากจนในจีนจัดการอย่างไร

เอาเทคโนโลยีมาพัฒนาให้เป็นรูปธรรม ยกตัวอย่าง เกษตรกรบ้านเรามีปัญหาคล้ายจีนคือ อายุเยอะ คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยเป็นเกษตรกร เกษตรกรรุ่นเก่ามีความสามารถการเพาะปลูกแต่ขาดแรงงาน ถ้าอย่างนั้นต้องเอาเทคโนโลยีแบบไหนมาประยุกต์ใช้

จีนผลิตเครื่องจักร เครื่องมือการเกษตรขนาดเล็กเพื่อใช้พรวนดิน หว่านเมล็ดพืชสำหรับแปลงเกษตรขนาดมาตรฐาน ไม่ได้มานั่งจิ้มปลูกทีละต้นเหมือนบ้านเรา เวลาเก็บเกี่ยวก็มีความเครื่องจักรเครื่องทุ่นแรง และตอนนี้ก็เชื่อมโยงเครื่องมือเหล่านั้นกับสัญญาณดาวเทียมได้ด้วย

ส่วนปัญหาการเกษตรไทย ยังไม่ค่อยมีเครื่องจักรเครื่องมือทางการเกษตรตอบโจทย์เรื่องนี้ ไทยปลูกยางพารามาร้อยปี จีนปลูก 4 ปีเอาหุ่นยนต์มากรีดยางได้แล้ว แต่เกษตรกรไทยต้องโค่นต้นยางทิ้ง เพราะไม่มีแรงงาน

 

ถ้าอย่างนั้นไทยควรซื้อเทคโนโลยีขนาดเล็กจากจีนไหม

 ไม่จำเป็น เพราะจีนก็ซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศ แต่นำมาก็อปปี้พัฒนาต่อยอด ตอนนี้จีนไม่ใช่แค่พัฒนาวิจัย แต่วิจัยแล้วผลิตนวัตกรรม จีนลดการพึ่งพาตะวันตก จะพัฒนาเทคโนโลยีเอง จีนกำลังยืนด้วยลำแข้งตัวเองบนเวทีโลก ตอนนี้คนจีนไม่ยอมรับการคอร์รัปชัน ส่วนไทยไม่รู้เรื่องนี้จะลงถึงจุดต่ำสุดเมื่อไหร่

160700186844

(อีกไม่นานเกินรอ จีนจะมีรถไฟความเร็วสูงมากที่สุดในโลก )

แจ็คหม่าอยู่ตรงไหนในความสำเร็จของจีน

สื่อจีนบอกว่า จะไม่มียุคของแจ๊คหม่า มีแต่แจ็คหม่าที่เป็นส่วนหนึ่งในยุครุ่งโรจน์ของจีน เพราะมีบริษัทที่สร้างความรุ่งเรืองให้จีนอีกเยอะ พรรคคอมมิวนิสต์จีนอยากให้ผู้นำของเขามีความโดดเด่นในเวทีจีนหรือเวทีโลก แม้การเอา AntGroup (บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มจ่ายเงินอย่าง Alipay ของเครืออาลีบาบา) เข้าตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และฮ่องกงได้แล้ว เพื่อเสนอขายหุ้นครั้งแรกอาจทำให้แจ็คหม่ารวยที่สุดของจีน แต่ไม่ใช่เป้าประสงค์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

สินค้าที่ขายดีในไทย จะขายดีในจีนไหม

ปัจจัยแวดล้อมระหว่างไทยกับจีนไม่เหมือนกัน การรู้หรือเข้าใจวัฒนธรรมจีนอาจรู้แบบผิดๆ คนไทยที่มีเชื้อสายจีน ส่วนใหญ่เป็นแต้จิ๋ว แต่จีนมีหลายเผ่าพันธุ์ แต้จิ๋วในเมืองจีนมีไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ เวลาจะพัฒนาสินค้าออกมาขาย ต้องตอบโจทย์แต่ละภูมิภาคที่มีสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์แตกต่างกันให้ได้ก่อน

ถ้ามองจากภาพใหญ่ จีนเติบโตจากซีกตะวันออก ไปตอนกลางและซีกตะวันตก เติบโตจากเมืองสู่ชนบท คนในเมืองมีรายได้สูงกว่านอกเมืองสองเท่า

มีคนทำธุรกิจจำนวนมากเข้าไปทำธุรกิจโดยไม่ได้พิจารณาประเด็นเหล่านี้ คนที่ลงทุนในระยะแรกมักจะเจอปัญหาในระยะที่สอง ส่วนคนที่ประสบความสำเร็จในระยะแรก พอคิดจะขยายโรงงานก็ไม่ได้คิดโมเดลธุรกิจที่เหมาะสมไว้ตั้งแต่แรก ทั้งเรื่องแฟรนไชส์ การบูรณาการเอาทรัพยากรจีนมาใช้ประโยชน์กับเครือข่ายธุรกิจ

เข้าไประยะแรกไม่ทันได้เห็นความแตกต่างระหว่างไทยจีน จึงล้มเหลว แม้กระทั่งบริษัทใหญ่ ๆในแถบตะวันตกที่เข้ามาลงทุนในจีน หลายแห่งเร่งเติบโตขยายธุรกิจ จึงมีหนี้สิน เพราะการลงทุนในเมืองใหม่ๆ การทำการตลาดใช้เงินเยอะ ถ้าไม่เข้าใจขนาดตลาดก็เกิดปัญหา

160705501498

ยกตัวอย่างสักนิด?

มีผู้ประกอบการไทยรายหนึ่ง ฝันอยากเห็นคนจีนซื้อขนมไทยไปฝากคนอื่น เขาลาออกจากงานโรงแรมไปทำธุรกิจในจีน แต่ไม่ค่อยเข้าใจธุรกิจ แรกๆ เช่าพื้นที่ใช้ไลเซ่นร้านอาหาร ตื่นตี 3 ทำขนมขายหน้าร้านทุกวัน ผมให้คำปรึกษาว่าต้องทำระบบขายแฟรนไชส์ อย่าขายเฉพาะหน้าร้าน

เขาก็เลยขายทางออนไลน์และเดลิเวอร์รีมากขึ้น เวลาคนจีนจัดประชุมสามารถสั่งขนมไทยจากร้านนี้ในเซียงไฮ้ จากเดิม 80 % ขายหน้าร้าน ตอนนี้ 80% เป็นเดลิเวอร์รี 

ผมบอกไปว่า ระบบเฟรนไชส์ต้องคุมตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อให้คนซื้อพึ่งพิงตลอด เขาสามารถควบคุมสูตรการผลิตและวัตถุดิบได้ ซึ่งเป็นเรื่องดีๆ เวลาผมอยู่จีน ผมต้องทำวิจัยเป็นระยะ คนจีนบอกว่า สินค้าไทยดีมาก แต่หาซื้อลำบาก เพราะเครือข่ายจำกัด

 

คาดว่าอีกกี่ปี จีนจะเป็นเบอร์หนึ่งของโลก

ปีนี้จีนโตกว่าอเมริกา 7.5 เปอร์เซ็นต์ อีก 10ปีข้างหน้าจีนจะเทียบชั้นอเมริกา เป็นเบอร์หนึ่งของโลก อย่างช้าปีคศ. 2035 ตอนนี้จีนเป็นผู้นำด้านตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค และจีนจะเพิ่มบทบาทในเวทีต่างๆ ของโลก

จีนนอกจากให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ยังให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ย้อนไป 15-20 ปีคนมาเที่ยวจีน จะรบเร้าให้ผมพาไปซื้อของก็อปปี้ แต่วันนี้ของก็อปกลายเป็นของเลหลัง ตอนนี้ใครๆ ก็อยากไปร้านเสี่ยวหมี่ที่ใหญ่ที่สุด ไปดูแกดเจ็ตกัน

จีนกล้าประกาศความเป็นเบอร์หนึ่ง เพราะรู้เขารู้เรา จึงทุ่มทุนมหาศาลวิจัยพัฒนา วันนี้จีนเป็นประเทศหนึ่งที่มีเรือดำน้ำสำรวจท้องมหาสมุทรที่ลึกๆ จำนวนมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ลงทะเลไม่พอขึ้นอวกาศ ปีที่แล้วจีนส่งยานอวกาศไปลงด้านมืดของดวงจันทร์ ปีนี้ปล่อยยานอวกาศไปดาวอังคาร พร้อมหุ่นยนต์

อีกเรื่องหนึ่งที่ทำคือ การทำดวงจันทร์เทียม ซึ่งเราไม่ค่อยได้ยิน เริ่มทดลองในพื้นที่เฉินตู มณฑลเสฉวนบนเทือกเขาสูง ต่อไปกลางวันจีนสามารถเก็บพลังงานในสถานีอวกาศ กลางคืนยิงแสงลงมาในพื้นที่ทดลองมณฑลเสฉวน

อีก 4-5 ปีข้างหน้าเราจะเห็นโครงการพระจันทร์เทียมทดลองใช้ ส่วนเมืองกุ้ยโจวที่ยากจนมากที่สุดของจีน จะมีรถไฟความเร็วสูงผ่านถ้ำผ่านภูเขามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีการเจาะภูเขา และมณฑลนี้จะเป็นศูนย์บิ๊กดาต้าใหญ่ของจีน ช่วงหลังมีคนบอกเจอแจ็คหม่าที่กุ้ยโจวมากกว่าหางโจว บ้านเกิดของเขา

 

ในเรื่องการพัฒนาออนไลน์ จีนไปไกลแค่ไหน

แพลตฟอร์มต่างๆ ในจีนแข่งขันกันเยอะ แจ๊คหม่าเอาออนไลน์และออฟไลน์รวมกันแล้วต่อยอด ถ้าสั่งสินค้าในรัศมี 3 กิโลเมตรเครือข่ายของอาลีสบาบาจะส่งของให้ภายใน 30 นาทีไม่มีค่าใช้จ่าย หรือไปช้อปที่ร้าน จัดส่งของถึงบ้านได้เลย คนยังไม่ถึงบ้าน ของส่งถึงบ้านแล้ว เพราะโครงข่ายซัพพลายเออร์เยอะ สมัยก่อนสแกนจ่ายเงิน สมัยนี้สแกนใบหน้า ฝ่ามือ นิ้วมือ คือจ่ายเงิน

เวลาไปวิ่งออกกำลังกายไม่ได้เอาเงินไป สามารถสแกนใบหน้าซื้อสินค้าได้เลย ช่วงโควิดจีนขายหน้ากากอนามัย สแกนผ่านบัตรประชาชนให้คนละสองชิ้นต่อวัน กว่า 95 %ในจีนเป็นโลกดิจิทัลไปแล้ว ถ้าคุณไปจีนแล้วจ่ายเงินสด คุณจะถูกมองเป็นมนุษย์ต่างดาว เพราะลิ้นชักของพวกเขาจะไม่มีเงินทอน ถ้าเลือกได้ให้จ่ายเป็นดิจิทัล

.................

หมายเหตุ : จากการร่วมอบรม โครงการ มองจีนยุคใหม่ ความท้าทายที่สื่อไทยควรรู้ ปีที่ 3 ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย วันที่11-15 พฤศจิกายน 

 

ข้อมูลจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/910891?anf=

‘นพ.ยง’ ชี้ ‘โควิด’ คุมยาก! แม้ไทยติดเชื้อน้อยแต่ทั่วโลกยังระบาดวันละแสนคน

"นพ.ยง" ชี้ "โควิด" คุมยาก! แม้ไทยติดเชื้อน้อยแต่ทั่วโลกยังระบาดวันละแสนคน ย้ำต้องปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตใหม่

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุว่า "โควิด-19 เราจะต้องอยู่ด้วยกันได้" ถึงแม้ว่า ขณะนี้ประเทศไทยติดเชื้อน้อยมาก จะพบการติดเชื้อส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ มาตรการในการควบคุมทำได้ดีมาก แต่ยังมีโรคนี้ระบาดอยู่ทั่วโลก มีผู้ป่วยใหม่วันละเป็นแสนคน จึงเป็นการยากที่จะกวาดล้างไวรัสนี้ให้หมดไป ทุกคนจึงจำเป็นที่จะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตใหม่

ในทุกปี "โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ" เช่น ไข้หวัดใหญ่ RSV จะพบน้อยมากในฤดูร้อน และในช่วงปิดเทอมจะระบาดมากในฤดูฝน เริ่มตั้งแต่นักเรียนเปิดเทอม จะติดต่อกันง่ายมากในโรงเรียน

"โควิด-19" เป็นอีกโรคหนึ่งที่มีการติดเชื้อ เช่นเดียวกับโรคทางเดินหายใจ ก็ไม่แปลกที่จะระบาดในฤดูฝน โดยเฉพาะจากเด็กสู่เด็กก่อนแล้วจึงแพร่ระบาดออกไป

การระบาดในระลอก 2 ถ้าเกิดในฤดูฝน อย่างไข้หวัดใหญ่ก็ยากที่จะควบคุม จะต้องเริ่มต้นปิดบ้านปิดเมืองใหม่ หรือ ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น

การเรียนการสอนปีนี้ จึงต้องอยู่ในวิถีชีวิตใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดของโรคได้ เด็กนักเรียนจะต้องเรียนได้ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน การเรียนการสอน ไม่ควรยกให้เป็นภาระของโรงเรียนเท่านั้น ที่บ้านก็จะต้องมีบทบาทมาก แม้กระทั่งท้องถิ่น ก็มีปราชญ์ชาวบ้านมากมาย ที่พร้อมจะสอนได้

การประสบความสำเร็จในชีวิตของเด็ก ไม่ได้เกิดจากการแข่งขันเข้าเรียน การกวดวิชา โรงเรียนกวดวิชาไม่สามารถกำหนดระยะห่างของบุคคลได้
เด็กเรียนกวดวิชาจ่ายค่าเล่าเรียนแพง แล้วนั่งเรียนกับครูตู้ นั่งติดกัน ก็ไม่เห็นมีใครบ่น หรือดรามา

ที่ผ่านมา คนมีฐานะสามารถให้ลูกหลานไปเรียนกวดวิชา เกิดความแตกต่างทางการศึกษา เพราะตัววัดของเราไม่ดี คุณครูเองก็จะต้องเปลี่ยนวิธีการสอนใหม่ เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสเลย การเรียนเชิงภาคปฏิบัติ ปฏิบัติงานจริง ไปทำได้จริง ถึงอยู่ที่บ้านก็สามารถทำได้

การศึกษาในปีนี้ จึงต้องมีการเตรียมการ การเรียนการสอนแบบวิถีชีวิตใหม่ ให้เด็กไทยประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ใช่เกิดความเครียดในการเรียน ตั้งแต่เช้าจนเย็น นอกเวลาต้องไปกวดวิชา วิถีชีวิตใหม่ อาจทำให้เด็กมีความสุขมากขึ้นก็ได้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  https://today.line.me/

เนื้อหาต้นฉบับ https://today.line.me/TH/pc/article/aQ1PoP?utm_source=lineshare

 

 

หมวดหมู่รอง

สาระน่ารู้

บทความวิชาการ