การสูบบุรี่                               พนักงานไทย 7% สูบบุหรี่

                                                พนักงานในอาเซี่ยน 11% สูบบุหรี่

                                                พนักงานในประเทศออสเตรเลีย 9% สูบบุหรี่

แอลกอฮอล์                            พนักงานไทย 1.2% ดื่มสุรา 14 unit/สัปดาห์

พนักงานในอาเซี่ยน 1.4% และพนักงานในประเทศออสเตรเลีย 15.9% ดื่มสุรา

                                                1 unit                      =              เบียร์ 3.5% 275-300 มิลลิลิตร

=              ไวน์ 12.5% 100 มิลลิลิตร

                                                                                =              วิสกี้ 40% 25 มิลลิลิตร

สุขภาพโดยทั่วไป                  พนักงานไทย 7% เป็นโรคอ้วน (BMI30)

                                                พนักงานในประเทศอาเซี่ยน 17.4 % เป็นโรคอ้วน

                                                และพนักงานในประเทศออสเตรเลีย 17.6 % เป็นโรคอ้วน

การนอน                                 พนักงานไทย 45% นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง

                                                พนักงานในประเทศอาเซี่ยน 53 % นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง

                                                และพนักงานในประเทศออสเตรเลีย 27 % นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง

สุขภาพจิตร                            พนักงานไทย 47% มีความเครียดจากงาน

                                                พนักงานในประเทศอาเซี่ยน 51 % มีความเครียดจากงาน

                                                และพนักงานในประเทศออสเตรเลีย 53 % มีความเครียดจากงาน

ข้อมูลจาก : Thailand’s Healthiest workplan by AIA vitality

 

 

1.เพื่อป้องกันการแพ้ถั่วลิสง(Peanut allergies) จะต้องไม่ให้เด็กกินถั่วช่วงอายุ 3 ปีแรก

                - รายงานทางวิทยาศาสตร์พบว่าแม้เด็กที่ให้กินถั่วก่อนอายุ 1 ปี ก็ไม่มีความเสี่ยงต่อการแพ้ถั่วแต่อย่างไร

2.น้ำมันปลา (Fish oil) มี โอเมการ์ 3 ถ้ากินประจำจะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

                - รายงานวิจัย พบว่าการได้รับโอเมการ์ 3 ทุกวันไม่ช่วยป้องกันโรคหัวใจแต่อย่างใด

3.มีคำแนะนำว่าถ้ามีเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ จะต้องดำเนินการกำจัดไรฝุ่น หนู และแมลงสาบในบ้านให้หมด เพื่อลดการเกิดอาการของโรคภูมิแพ้

                - รายงานการวิจัยพบว่าการกำจัดสัตว์เหล่านี้ไม่ได้ช่วยลดการเกิดอาการของโรคภูมิแพ้แต่อย่างใด

4.มีคำแนะนำว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคเข่าเสื่อมเนื่องจากความฉีกขาดของกระดูกอ่อน (Osteoarthritis) ต้องได้รับการผ่าตัดเข่าอาการเจ็บปวดจึงจะหาย

                - การวิจัยพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาโดยวิธีกายภาพบำบัดและโดยการผ่าตัดอาการเจ็บปวดจะทุเลาได้ในอัตราใกล้เคียงกัน

5.มีคำแนะนำว่าผู้สูงวัยระยะอายุกลางคนขึ้นไปถ้าได้รับการรักษาด้วย ฮอร์โมน Testosterone จะช่วยให้อาการเสียความจำจะดีขึ้น

                - ผลการวิจัยพบว่า ฮอร์โมน Testosterone ไม่มีผลในการเพิ่มความจำแต่อย่างใด

6.มีคำแนะนำว่าการกิน แปะก๊วย (Ginkgo) ประจำจะช่วยรักษาความจำให้ดีขึ้นโดยเฉพาะในผู้สูงวัย

                - รายงานผลการวิจัยพบว่า การกินแปะก๊วยเป็นประจำไม่ได้ช่วยให้ความจำดีขึ้นแต่อย่างใด

 

 

1.Omega-3 เป็นสารที่พบมากในอาหารเสริมจำพวกน้ำมันพืชและถั่วบางชนิด รวมทั้งจากอาหารทะเลจำพวกปลาน้ำลึก และสาหร่ายทะเลแต่ข้อมูลจากการศึกษาพบว่า มีหลักฐานน้อยมากว่า Omega-3 ช่วยป้องกันโรคหัวใจ

2.อาหารเสริมบางชนิดอาจเป็นโทษ เช่นการแนะนำให้กิน วิตามินD ร่วมกับ แคลเซียมอาจทำให้เกิดการเพิ่มโอกาสการแข็งตัวของเลือด (blood clotting) ในเส้นเลือดเป็นสาเหตุของความเสี่ยง ที่จะเกิดอาการ Stroke หรือการอุดตันของเส้นเลือดในสมอง นำไปสู่อาการอัมพฤกษ์หรืออัมพาตได้

3.อาหารเสริมบางชนิดเช่น วิตามิน A,B,C,D,E และbeta carotene รวมทั้งพวกวิตามินรวมทั้งหลาย มีผลน้อยมากกับสุขภาพโดยรวมของคนปกติที่ไม่มีอาการขาดวิตามินแต่อย่างใด

4.มีการแนะนำว่าอาหารที่ประกอบด้วยธัญพืช ผัก ผลไม้ ถั่วและน้ำมันมะกอก ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคหัวใจแต่โดยรวมก็ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าช่วยป้องกันโรคหัวใจได้อย่างชัดเจน

 

 

       เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้หญิงที่ดื่มเครื่องดื่ม อัลกอฮอล์ มักจะเมาเร็วและเมานานกว่าผู้ชาย จากข้อมูลทางสรีระวิทยา พบว่ามีสาเหตุมาจาก 2 อย่างคือ

          1.ร่างกายผู้หญิงมีไขมันมากกว่าผู้ชาย ไขมันทำหน้าที่ดูดซับอัลกอฮอล์ทำให้ผู้หญิงเมานานกว่าผู้ชายเนื่องจากไขมันจะสะสมอัลกอฮอล์ ไว้ก่อนปล่อยสู่กระแสเลือดทำให้กระบวนการการกำจัด อัลกอฮอล์ ออกจากร่างกายช้าลง

          2.ผู้หญิงสร้างเอ็นไซม์ dehydrogenase ซึ่งทำหน้าที่สลาย อัลกอฮอล์ น้อยกว่าผู้ชายทำให้ผู้หญิงเมาเร็วและเมาได้มากกว่าผู้ชาย

vImage result for งูสวัด

 

          โรคงูสวัด (varicella) มีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัส varicella-zoster ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับการเกิดโรค อีสุกอีใสในเด็ก หลังจากอาการของโรค อีสุขอีใสหายแล้ว ไวรัสจะเข้าไปซ่อนตามปมประสาทต่างๆ เมื่อใดก็ตามเมื่อร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันโรคลดลง ไวรัสจะเพิ่มจำนวนและออกมาจากที่ซ่อนในปมประสาท ทำให้เกิดโรคงูสวัด มีตุ่มน้ำใสๆเกิดขึ้นบนผิวหนัง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณ บั้นเอว แนวชายโครง รวมทั้งแขน ขา และใบหน้า แม้ว่าโรคนี้อาจรักษาให้หายได้ในระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ แต่อาการปวดแสบบริเวณรอยโรค อาจรุนแรงมากและโรคเรื้อรังเกินกว่า 4 สัปดาห์ หรือ อาจมีการติดเชื้อแทรกซ้อนได้

          ดังนั้นผู้ที่สภาวะร่างกายมีภูมิคุ้มกันลดลงโดยเฉพาะผู้สูงอายุจึงควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดเพื่อลดความเสี่ยงเกิดโรค ปัจจุบันวัคซีนมีประสิทธิภาพการป้องกันโรคสูงแม้จะไม่ถึง 100% แต่ฉีดเพียงครั้งเดียวสามารถป้องกันโรคได้นานไม่น้อยกว่า 5 ปี

 

 

หมวดหมู่รอง

สาระน่ารู้

บทความวิชาการ