10จังหวัดที่ติดกับชายแดนพม่าระวัง Covid-19 รอบสอง

 

*** ท่านใดจะไปเที่ยว
ช่วงวันหยุด
ป้องกันตนเอง & ครอบครัวคะ

ขอบคุณข้อมูลจากCAO คะ

คืนเดียว 2 ราย 2 โจรอุกอาจ ขี่ จยย.ชิงทรัพย์เด็ก 14 แทงไส้ไหลเจ็บหวิดตาย ได้เงินร้อยเดียว ก่อนหลบหนี เจอลุงที่ป้ายรถเมล์ วนกลับชิงกระเป๋า แต่ลุงฮึดยื้อแย่ง ชักดาบฟันมือเอ็นขาด ได้เงินหลักพันเผ่นแน่บลอยนวล ตำรวจเร่งล่าตัว  

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 13 ก.ค.63 ร.ต.อ.สายยนต์ ทองทา รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ 2 ครั้ง ในพื้นที่เดียวกัน บริเวณหมู่บ้านบัวทองธานี ม.13 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง พ.ต.ท.ณัฐจักร มาลีเวชเชษพงศ์ สว.สส.พร้อมชุดสืบสวน ภ.จว.นนทบุรี ชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง เดินทางไปตรวจสอบ 

ที่เกิดเหตุอยู่หน้าประตูร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง หลังหมู่บ้านดังกล่าว พบคนเจ็บทราบชื่อคือ ด.ช.ภูมิพัฒน์ เนตรหาญ อายุ 14 ปี ถูกอาวุธมีแทงเข้าที่ท้องด้านซ้าย จนลำไส้ทะลักออกมา โดยมี พ.จ.อ.สุกฤษฎ์ เนตรหาญ เจ้าหน้าที่กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ ผู้เป็นพ่อคอยประคองร่างลูกชายอยู่ จากนั้นจึงได้ประสานรถพยาบาล เร่งนำตัวส่งรักษา ที่ รพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ บางใหญ่ 

ส่วนรายที่ 2 เหตุเกิดบริเวณริมถนน หน้าหมู่บ้านเดียวกัน พบผู้เสียหายคือ นายนิพล สินสุข อายุ 52 ปี ทำงานเทศบาลเมืองบางบัวทอง ผู้เสียหายมีบาดแผลที่ข้อมือซ้าย โดยคนร้ายได้กระเป๋าสะพายไป ขณะนั่งรอรถอยู่ที่ป้ายรถเมล์ผูโดยสารใต้สะพานลอยหน้าหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งรักษา ที่ รพ.บางบัวทอง 

จากการสอบถาม นายนิพล ให้การว่า มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินดำ ล้อสีทอง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน คนขับสวมเสื้อแขนสั้นสีดำ สวมหมวกกันน็อก ส่วนคนซ้อนท้ายใส่เสื้อคลุมสีดำ สวมหมวกแก๊ป ขับรถผ่านไป และย้อนกับมาก่อเหตุ โดยคนซ้อนท้ายลงมากระชากกระเป๋าสะพายของตน แต่ดึงไม่ออก คนขับจึงถือมีดดาบลงมาฟันมือตน จนเส้นเอ็นขาดได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ด้าน พ.จ.อ.สุกฤษฎ์ พ่อ ด.ช.ภูมิพัฒน์ ผู้บาดเจ็บรายแรก ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายนั่งทำรายงานจนดึก ส่วนตนนอนหลับอยู่ในบ้าน จนเวลา 02.00 น. ลูกชายได้ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อที่อยู่ปากซอยห่างบ้าน 100 เมตร พอซื้อของเสร็จก็เดินกลับบ้าน ปรากฏว่ามีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ ก่อนจะถีบลูกชายตนให้ล้ม แต่ลูกชายตนเป็นคนตัวใหญ่จึงไม่ล้ม คนร้ายจึงได้จอดรถจักรยานยนต์ลงมาใช้อาวุธมีดจี้เอากระเป๋าเงินที่ลูกชายถืออยู่ จนเกิดการยื้อแย่งต่อสู้กัน ก่อนที่ลูกชายจะโดนคนร้ายแทงเข้าที่ชายโครงซ้าย จนลำไส้ไหลออกมา  จากนั้นลูกชายตนจึงวิ่งเอามือกุมลำไส้ไปขอความช่วยเหลือกับพนักงานร้านสะดวกซื้อ ก่อนพนักงานร้านสะดวกซื้อจะโทรมาหาตน บอกว่าลูกชายถูกแทงได้รับบาดเจ็บ ตนตกใจและงงว่า ลูกชายตนอยู่บ้านจะถูกแทงได้ยังไง จึงรีบวิ่งออกไปดูก็พบว่าลูกชายนอนบาดเจ็บเลือดท่วมอยู่หน้าร้าน สะดวกซื้อ ส่วนอาการบาดเจ็บของลูกชายหลังได้รับการผ่าตัดเย็บลำไส้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อาการปลอดภัย แต่ยังพักตัวอยู่ในห้องไอซียู เพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

ด้าน นายสาโรจน์ พงษ์เกษม อายุ 60 ปี อาชีพคนขับแท็กซี่ กล่าวว่า ตนมาทราบว่ามีคนร้ายก่อเหตุแทงเด็กวัยรุ่นจนไส้ไหล หลังจากนั้นคนร้ายได้หนีออกมาหน้าหมู่บ้านและมาเจอลุง 2 คนนั่งอยู่ที่เพิงรอผู้โดยสาร คนร้ายได้เลี้ยวรถจักรยานยนต์กลับมาลงมือชิงกระเป๋า เพื่อจะชิงเอากระเป๋าเงินแต่ลุงขัดขืนไม่ยอมให้กระเป๋า ก่อนที่จะหนีไปได้ 1 คน ส่วนอีกคนถูกคนขับรถจักรยานยนต์และเพื่อนลากตัวไปที่ริมถนน ก่อนใช้อาวุธมีดทั้งฟันแทงเมื่อได้กระเป๋าไป คนร้ายก็หลบหนีไปทางเส้นสุพรรณบุรี

"ตนดูคลิปจากตำรวจ คนร้ายโหดเหี้ยมมาก คืนเดียวก่อเหตุสองครั้ง ปกติตนจะเลิกขับรถแท็กซี่ประมาณตี 3 พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้รู้สึกกลัว ก็คงต้องระวังตัวมากขึ้น" 

ด้าน พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง กล่าวว่า คนร้าย 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงินดำ ล้อสีทอง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นพาหนะก่อเหตุ ลักษณะคนร้าย คนขับสวมเสื้อแขนสั้นสีดำ สวมหมวกกันน็อก ส่วนคนซ้อนท้ายใส่เสื้อคลุมสีดำ สวมหมวกแก๊ป โดยเวลา 02.00 น. ก่อเหตุชิงทรัพย์และใช้อาวุธมีดแทง ด.ช.ภูมิพัฒน์ ได้เงินในกระเป๋า 100 บาท ต่อมา เวลา 02.03 น. ขี่รถออกจากหมู่บ้าน ก่อเหตุชิงทรัพย์ นายนิพล สินสุข อายุ 52 ปี พนักงานเทศบาลเมืองบางบัวทอง โดยใช้อาวุธมีดฟันที่ข้อมือซ้ายได้รับบาดเจ็บ ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสด 2000-3000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเอกสารทางราชการ เบื้องต้นก่อเหตุ ตำรวจได้ติดตามคนร้ายไป แต่ยังไม่พบตัว จากนั้นได้ประสานตำรวจ สืบสวน ภ.จว.นนทบุรี สืบสวน สภ.บางบัวทอง ออกหาข่าว และไล่ตรวจกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง ที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี เพื่อติดตามคนร้าย 2 คนนี้ มาดำเนินคดีให้ได้ต่อไป

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  https://www.thairath.co.th/

เนื้อหาต้นฉบับ https://www.thairath.co.th/news/local/east/1888577

6 เดือนระบาดใหญ่ โควิด-19พลิกโลก

นับตั้งแต่องค์การอนามัยโลก ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นการระบาดใหญ่เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ถึงวันนี้เป็นเวลาได้ 6 เดือนแล้วที่ชีวิตผู้คนต้องปั่นป่วน แต่ละวันโลกพยายามทำความเข้าใจกับโควิด แต่ยังมีประเด็นให้ต้องเรียนรู้อีกมากดังนี้

นับตั้งแต่องค์การอนามัยโลก ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นการระบาดใหญ่เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ถึงวันนี้เป็นเวลาได้ 6 เดือนแล้วที่ชีวิตผู้คนต้องปั่นป่วน แต่ละวันโลกพยายามทำความเข้าใจกับโควิด แต่ยังมีประเด็นให้ต้องเรียนรู้อีกมากดังนี้

  • หวั่นยุโรปเจอระลอก2

ในยุโรป ที่ยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์เข้มงวดก่อนเข้าฤดูร้อน เพื่อให้ผู้คนเดินทางท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ ล่าสุดอัตราการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกโดยเฉพาะในสเปน ฝรั่งเศส และอังกฤษ การเปิดเรียนและให้ประชาชนกลับเข้าออฟฟิศจึงมีอุปสรรค

อย่างไรก็ตาม แม้การตรวจหาเชื้อตอนนี้ขยายวงออกไปมาก แต่จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันยังต่ำกว่าเดือน มี.ค. และเม.ย. ก่อนเริ่มล็อกดาวน์อยู่มาก กระนั้นสิ่งที่พึงระวังคือ ผู้ติดเชื้อตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวที่มีอาการไม่มากนัก แต่ผู้เชี่ยวชาญเกรงว่าเมื่อเวลาผ่านไป คนเหล่านี้จะนำโรคไปติดกับผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ

  • ติดเชื้อซ้ำกับภูมิคุ้มกัน

ผลการศึกษาจำนวนหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า มีคนติดเชื้อซ้ำหลังจากหายป่วยแล้ว ก่อให้เกิดความกังวลถึงการสร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19 ของมนุษย์อย่างถาวร ไม่ว่าจะด้วยการติดเชื้อหรือฉีดวัคซีน

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซ้ำรายแรกที่ได้รับการยืนยัน เป็นชายฮ่องกงวัย 33 ปี ตรวจพบจากการคัดกรองที่สนามบินหลังจากหายป่วยมาแล้ว 4.5 เดือน

รอบนี้เขาไม่มีอาการ ที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนดีใจว่า นี่คือสัญญาณแห่งความหวังว่าระบบภูมิคุ้มกันของเขาเรียนรู้การปกป้องตนเองจากโรคนี้แล้ว แต่นักวิทยาศาสตร์ยังคงเตือนว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปจากการติดเชื้อซ้ำเพียงไม่กี่ราย จากผู้ติดเชื้อทั่วโลกหลายล้านราย และตอนนี้ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าติดเชื้อซ้ำได้อย่างไร

ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ต่อโควิด-19 ยังคงต้องศึกษากันต่อไป หลายคนเน้นไปที่แอนติบอดี แต่ก็มีการศึกษาเซลล์เม็ดเลือดขาวขนาดเล็กที่เรียกว่า เซลล์ลิมโฟไซท์ ชนิดทีเซลล์ ที่อาจสร้างความทรงจำภูมิคุ้มกันได้ กระนั้นความรู้เกี่ยวกับวิธีที่เซลล์เหล่านี้จัดการกับโควิด-19 ก็น้อยเต็มที

 
  • เด็กกับโควิด

ขณะที่เด็กกำลังกลับเข้าชั้นเรียน ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจริงๆ แล้วเด็กๆมีส่วนช่วยแพร่โควิด-19 หรือไม่ เท่าที่ทราบคือเด็กที่ติดโควิดแทบไม่มีอาการรุนแรง ส่วนใหญ่มีอาการน้อยหรือไม่มีเลย แล้วพวกเขาจะแพร่เชื้อได้หรือไม่นั้น ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคยุโรปเผยว่า ถ้ามีอาการเด็กๆ สามารถแพร่ไวรัสได้ในปริมาณเดียวกับผู้ใหญ่ และติดคนอื่นได้แบบเดียวกัน ส่วนเด็กที่ไม่แสดงอาการจะติดคนอื่นได้หรือไม่ตอนนี้ยังไม่ทราบ

ผลการศึกษาหลายชิ้นชี้ว่า ความเป็นไปได้ที่เด็กแพร่โควิดมีน้อย บางทีอาจเป็นเพราะมีอาการน้อย พวกเขาอาจไม่ไอหรือจาม ที่เป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงกระจายไวรัส

กระนั้น ผู้เชี่ยวชาญหลายคนแนะให้แยกระหว่างเด็กเล็กกับวัยรุ่น ที่ดูเหมือนแพร่โรคได้เช่นเดียวกับผู้ใหญ่

  • ความปลอดภัยของวัคซีน

โลกยังคงตั้งตารอวัคซีนที่ปลอดภัยได้ประสิทธิผล สัปดาห์นี้องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ขึ้นบัญชีวัคซีนทางเลือก 35 ตัวที่กำลังทดลองกับมนุษย์ทั่วโลก ในจำนวนนี้ 9 ตัวอยู่ในเฟส3 หรือเตรียมเข้าสู่เฟส3 อันเป็นขั้นตอนสุดท้าย ที่ต้องทดสอบกับอาสาสมัครหลายหมื่นคนเพื่อวัดประสิทธิผลกับคนจำนวนมาก

มหาอำนาจผู้กล้าทุ่มอย่างสหรัฐ รัสเซีย และจีนกำลังเร่งกระบวนการเพื่อให้ได้วัคซีนเป็นประเทศแรกเผลอๆ ก่อนสิ้นปีนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้ใจเย็นๆ ถ้าเร่งมือเกินไป ความปลอดภัยอาจลดลงแล้วประชาชนจะไม่เชื่อมั่น

อย่างกรณีของบริษัทยายักษ์ใหญ่ “แอสตร้าเซนเนก้า” กับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ต้องหยุดทดลองวัคซีนชั่วคราวหลังอาสาสมัครป่วยไม่ทราบสาเหตุ

ส่วนวัคซีนจะได้ใช้เมื่อใดนั้น สำนักงานแพทย์ยุโรปกล่าวว่า อาจยังไม่พร้อมใช้จนกว่าจะถึงต้นปี 2564 ดับเบิลยูเอชโอบอกว่า อาจต้องรอถึงกลางปี ในกรณีเลวร้ายที่สุดอาจไม่มีวัคซีนเลยก็ได้

 

เนื้อหาต้นฉบับ https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/897375?anf=

 
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต
หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“เนื่องจากมีคนออกมาแถลงข่าวเกี่ยวกับวัคซีนโดยมีความเข้าใจที่ผิดพลาดหลายประการ ในฐานะนักวิชาการด้านไวรัสวิทยาและวัคซีน ผมมีความจำเป็นที่ต้องออกมาชี้แจงให้ประชาชนและสังคมเข้าใจให้ถูกต้อง ในประเด็นต่างๆ ก่อนที่จะเกิดความตื่นตระหนก ความเข้าใจผิดต่างๆ ลามไปมากกว่านี้จนเกิดความเสียหายต่อการแพทย์ การสาธารณสุข และระบาดวิทยาในการควบคุมโรค ดังนี้

ประการที่หนึ่ง ในขณะนี้ตลาดของวัคซีนเป็นของผู้ขาย ไม่ใช่ผู้ซื้อวัคซีนที่จะผลิตออกมามีความขาดแคลนอย่างมาก และในระยะแรกไม่มีหลักประกันใดเลยที่จะบ่งบอกถึงว่าวัคซีนตัวไหนจะถึงเป้าหมาย ต้องมีการจองไว้ก่อน ซึ่งประเทศที่ร่ำรวยก็อาจจะได้เปรียบมีเงินจองวัคซีนที่จะคิดค้นและพัฒนาได้มากกว่าประเทศไทย

ประการที่สอง ในการจองแต่ละครั้งต้องมีการวางมัดจำ และการวางมัดจำนี้ถ้าวัคซีนผลิตไม่สำเร็จ เงินจำนวนนี้ก็จะไม่ได้คืน แม้กระทั่งการวางมัดจำกับบริษัท Astra Zeneca ก็ไม่สามารถใช้เงินหลวงไปวางมัดจำได้ จึงจำเป็นต้องใช้เงินของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ไปวางมัดจำ เพราะในช่วงดังกล่าวไม่มีหลักค้ำประกันได้เลยว่าจะได้วัคซีนตัวไหน

ประการที่สาม การให้วัคซีนในปีนี้ ในเด็กต่ำกว่า 18 ปียังไม่สามารถที่จะให้ได้ เพราะไม่มีการศึกษา ดังนั้น เมื่อตัดกลุ่มประชากรเด็กออกไปจะเป็นประชากรผู้ใหญ่เท่านั้นที่จะได้รับวัคซีน ถึงแม้ประเทศจีนผลิตวัคซีนเป็นจำนวนมาก จีนเองยังไม่คิดที่จะให้ถึง 50 หรือ 60 เปอร์เซ็นต์ของประชากร

ประการที่สี่ เพราะการให้วัคซีนในปัจจุบันเป็นวิธีการเสริมจากการป้องกันที่มีอยู่แล้ว ในการสวมหน้ากากอนามัยล้างมือและกำหนดระยะห่าง ซึ่งถ้าเราทำได้ดีการให้วัคซีนก็ไม่ถึงกับต้องเร่งรีบมากจนเกินไป รอการศึกษาให้ได้วัคซีนที่ปลอดภัยดีกว่า

ประการที่ห้า ในปีหน้าตลาดของวัคซีนจะเป็นของผู้ซื้อ มีการผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก เราก็สามารถที่จะเลือกซื้อได้ในตัวที่ดีที่สุดและราคาถูกที่สุด ดังนั้น ผมเชื่อว่าการประเมินที่ 26 ล้านโดสแรก น่าจะมีความเหมาะสม เพราะรอเวลาที่จะเลือกวัคซีนตัวที่ดีที่สุดและราคาเหมาะสมเข้ามาเสริมในระยะสุดท้าย ดีกว่าที่จะทุ่มเงินมัดจำไปทั้งหมดแล้วในที่สุดก็ไม่สามารถจะเลือกชนิดวัคซีนได้ โดยจะเสียเงินมัดจำไปโดยเปล่าประโยชน์ วัคซีนตัวแรกที่ออกมาไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นวัคซีนที่ดีที่สุด

ประการที่หก สิ่งที่ได้อีกอย่างหนึ่งในการผลิตวัคซีนในประเทศไทย คือ การส่งต่อเทคโนโลยีต่างๆ (Transfer of technology) ในด้านการผลิตเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับชีววัตถุซึ่งมีความสำคัญมากในอนาคต และขณะนี้มีบริษัทใหญ่ที่ทำได้ในประเทศไทยก็คงหนีไม่พ้นบริษัท สยามไบโอไซน์ และไบโอเนทเอเชียที่จะเป็นบริษัทเชิดหน้าชูตาของไทย ได้เท่านั้น บริษัทอื่นยังไม่มีศักยภาพเพียงพอ

ประการที่เจ็ด วัคซีนที่ออกมาใหม่เมื่อถามประชาชนว่าต้องการฉีดหรือไม่ ยกตัวอย่างประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างอเมริกามีคนที่ต้องการฉีดไม่ถึงครึ่ง ดูรายละเอียดได้จากผลโพลนี้ https://news.gallup.com/poll/325208/americans-willing-covid-vaccine.aspx

ประการที่แปด เนื่องจากกลัวภาวะแทรกซ้อนในการพัฒนาอย่างเร่งรีบ ประเทศไทยไม่ได้มีการระบาดอย่างรุนแรงอย่างในอเมริกาเสียด้วยซ้ำ การตัดสินใจสายกลางจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ดีกว่าที่จะไปผูกมัดจนเกินไป

ประการที่เก้า การให้วัคซีนเป็นจำนวนล้านล้านคนจะต้องใช้เวลานาน เป็นไปไม่ได้ที่จะฉีดวันละเป็นล้าน การบริหารวัคซีนต้องรอบคอบ ตั้งแต่โลจิสติกส์จนถึงการให้การลงทะเบียนทุกอย่าง เร่งไม่ได้และไม่สามารถบังคับว่าทุกคนต้องฉีด ถ้าเราเลือกวัคซีนไม่ดีแล้วไม่มีคนฉีด ความสูญเสียจะมากมายจากเงินลงทุนไปโดยเปล่าประโยชน์ สิ่งที่ประเทศไทยเราทำอยู่ในขณะนี้มีความเหมาะสม พอเพียง พอดี บนพื้นฐานของความประมาณตน โดยใช้ความรู้ และพึ่งพาตนเองได้ ตามรอยพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว

ขอฝากให้คนไทยทุกคน แสวงหาความรู้ อย่าเชื่อข่าวลือหรือข่าวที่ไม่เป็นจริง และระมัดระวังดูแลรักษาสุขภาพของตนให้ดี ใส่หน้ากากอนามัย กินร้อน ช้อนกู ล้างมือ รักษาระยะห่างทางกายภาพ แล้วเราจะผ่านวิกฤตมหาโรคระบาดไปด้วยกัน”
 
 
 

 

Covid 19 บาดแผลที่เหลือไว้ให้ชาวโลก ความโหดร้ายของ Covid 19 ภาคสอง
โดย นายแพทย์ ยงค์ศักดิ์ เลียงอุดม 10/09/2020

8 เดือนหลังจากที่ Covid 19 ระบาดมีคนเสียชีวิตทั่วโลกแล้วกว่า 900,000 คน ในบรรดาคนป่วย 27ล้านคนที่รอดชีวิตจาก Covid 19 คนเหล่านี้ยังต้องผจญกับปัณหาทางสุขภาพในระบบต่างๆของร่างกาย อันเป็นผลพวงจากความเสียหายที่ Covid 19 ได้กระทำไว้

คนที่ติดเชื้อ Covid 19 เคยคิดกันว่าจะมีอยู่สองชนิด คือกลุ่มที่มีอาการมากต้องอยู่โรงพยาบาล และอีกกลุ่มมีอาการน้อย หรือไม่มีอาการ

จากการติดตามคนไข้จำนวนมากในยุโรปและอเมริกาพบว่ามีคนป่วยในกลุ่มที่สาม ส่วนใหญ่ไม่ได้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล มีอาการนานถึง 16 สัปดาห์หรือมากกว่านั้น คนป่วยเหล่านี้เรียกว่ากลุ่ม long Covid หรือ long hauler

การศึกษาจาก US, UK และ Sweden จากคนนับล้านคน จาก Covid Symtom study group โดยวิธีใช่ app ตรวจสอบอาการ พบว่ามี 10-15% ที่มีอาการระยะยาว

จากการศึกษาใน 13 รัฐของอเมริกา 35% ของคนที่ test positive สำหรับ Covid 19 ยังมีอาการ เมื่อทำการสัมภาษณ์ 2-3 อาทิตย์ต่อมา

ในอังกฤษ ที่King college ได้ใช้ app : Covid symtom study ศึกษาติดตามคนที่เคยติดเชื้อ Covid 19 พบว่าจำนวนคนป่วย 300,000 คน ยังคงมีอาการมากกว่าหนึ่งเดือน

และพบว่า 60,000 คนมีอาการ long Covid ที่มากกว่า 3 เดือน มีอาการตั้งแต่เล็กๆน้อยๆ เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก จนถึงปัณหาที่มากขึ้นเช่นต้องนั่งรถเข็น wheel chair

เชื้อ Covid 19 เข้าไปทำร้ายอวัยวะระบบต่างๆในร่างกาย และทิ้งความเสียหายไว้ ถึงแม้มันจะถูกขจัดไปแล้ว

ระบบหายใจ
คนไข้ส่วนหนึ่งหลังออกจากโรงพยาบาลแล้วยังมีปัณหา หายใจไม่เต็มอิ่ม เนื่องจากเนื้อปอดถูกทำลาย เหนื่อยง่าย บางคนต้องใช้ออกซิเจนกระป่องตลอดเวลา จากการศึกษาของ Mayo clinic ทำ CT scan ในกลุ่มคนที่ไม่มีอาการ พบว่าเนื้อปอดมีร่องรอยการถูกทำลาย มี scar ในเนื้อปอด

ระบบประสาท
คนไข้ส่วนหนึ่งหลังจากออกจากโรงพยาบาล ต้องพิการจาก stroke เป็นอัมพาตจากการที่ Covid ทำให้เส้นเลือดที่ไปที่สมองอุดตัน ปกติ stroke จะเกิดในคนอายุมากเฉลี่ย 70 ปีขึ้นไป แต่ Covid 19 ทำให้เกิด stroke ในคนอายุ 40-50 ปี

ในการศึกษาวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Lancet ได้ทำ MRI ของสมองของคนที่ตรวจพบ positive test for Covid 19 จำนวน 60 คน พบว่าเนื้อสมองมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับคนปกติเมื่อเวลาผ่านไป 3 เดือน อันเป็นสาเหตุให้ความจำเสื่อม เสียสมาธิง่าย บางครั้งสับสน

คนไข้จำนวนหนึ่งจะสูญเสียระบบประสาทการรับรสและการดมกลิ่นอย่างถาวร

ระบบหัวใจ
ไวรัส Covid 19 จะทำลายกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้การสูบฉีดโลหิตของหัวใจสูญเสียคุณภาพไป การศึกษาในเยอรมัน คนไข้ 78คน จาก 100 คนมีหัวใจที่ผิดปกติ การศึกษาที่ Wuhan ศึกษาในคนไข้ 416 คนที่เคยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 20% มีกล้ามเนื้อหัวใจที่ผิดปกติ

ระบบการทำงานของไต
พบว่า COVID-19 ทำให้คนไข้ส่วนหนึ่งมีไตวายเรื้อรัง ทำให้คนป่วยต้องมาล้างไตอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลจากเนื้อไตถูกทำลายจากไวรัส หรือไวรัสทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดเล็กๆที่มาเลี้ยงไต

ระบบทางเดินอาหาร
จากการศึกษาของ university of Hong Kong พบว่าจะยังพบเชื้อ Covid 19 ในอุจจาระ หลังจากอาการป่วยทางระบบทางเดินหายใจหายดีขึ้นแล้ว จากจำนวนคนไข้ 7 คนใน 15 คน โดยคนไข้เหล่านี้ไม่มีอาการทางระบบทางเดินอาหารเลย และ ไวรัส Covid 19 จะทำให้รบกวน bacteria ดี ที่มีอยู่ในระบบทางเดินอาหาร

ปัณหาของคนที่ป่วยจาก Covid 19 ไม่เหมือนกับป่วยเป็นโรคหวัด ส่วนหนึ่งจะมีปัณหาระยะยาว และมี disables มีความพิการ และไม่สามารถกลับมาทำงานตามปกติ ต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่าการปล่อยให้มีภูมิคุ้มกันแบบ herd immunity จะคุ้มค่าหรือไม่ เพราะถ้าปล่อยให้คนติดเชื้อ ไม่ป่วย ไม่ตาย แต่อาจมีปัณหาระยะยาวตามมา แม้แต่ในคนหนุ่มสาว

คนป่วย long Covid เหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะได้รับการรักษาต่อเนื่อง ในอังกฤษมีปัณหาจากระบบสาธารณสุขและแพทย์ที่อ่อนล้า ทำให้มีปัณหาที่จะดูแลคนป่วยเหล่านี้ แพทย์ส่วนหนึ่งที่ติดเชื้อ Covid 19 ก็เป็น long Covid ไม่สามารถกลับไปทำงานได้

ปัณหาการ lockdowns เป็นเวลานาน เด็กๆไม่ได้ไปโรงเรียน สามในสี่ของเด็กอังกฤษเริ่มมีปัณหาทางจิตใจวิตกกังวล และหนึ่งในสี่ของพ่อแม่ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร ในการสำรวจเด็กอายุ 5- 18 ปีที่อังกฤษ 4ใน 10 ของเด็กรู้สึกโดดเดี่ยว

เมื่อการระบาดสิ้นสุดลง คงจะมีคนป่วยเป็น long Covid และปัณหาทางจิตใจนับล้านคน เหลือเป็นภาระให้ระบบสาธารณสุขทั่วโลก นี้คือความโหดร้ายต่อมนุษยชาติที่ Covid 19 ได้กระทำไว้ ยังไม่นับถึงการทำลายเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของผู้คนที่ไม่อาจกลับมาเหมือนเดิมได้

แต่ในประวัติศาสตร์หลังวิกฤตและการทำร้ายล้างครั้งใหญ่ จะมีการฟื้นตัวและพลิกโฉมของโลก อย่างเช่นที่เกิดขึ้นภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง นักเศรษฐศาสตร์ผู้ปราชญ์เปรื่องได้ทำนายไว้ว่าเศรษฐกิจในปี 2021 จะกลับมา bloom รุ่งเรืองเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

Hope is the good thing, hope is the best thing in the time like this

เรียบเรียงและความเห็น โดย พลอากาศตรี นายแพทย์ ยงค์ศักดิ์ เลียงอุดม
ผู้อำนวยการ ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลกรุงเทพ
เป็นความเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวกับองค์กร

หมวดหมู่รอง

สาระน่ารู้

บทความวิชาการ