Font Size
 
คนไทยตายเพราะเศรษฐกิจ หรือเพราะติดเชื้อโควิด-19
 
ปัจจุบันการเดินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจไทยยังอิหลักอิเหลื่อระหว่างขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเปิดน่านฟ้าให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ยังมองไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ ควบคู่กับการเท่าทันการรับมือการติดโควิดภายในประเทศ

สถานการณ์เศรษฐกิจไทย ในขณะนี้ต้องยอมรับว่ายังมองไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ ว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมีนัยในช่วงที่เหลือของปีนี้ เป็นผลจากสถานการณ์การระบาดของโควิดในระดับโลกยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้สถานการณ์โควิดในไทยจะคลี่คลายในระดับที่หลายฝ่ายพอใจ หลังไม่พบการติดเชื้อโควิดในไทยมาเป็นเวลานานร้อยวัน แม้วันที่หนึ่งร้อยหนึ่งจะพบการติดเชื้อในประเทศไทย แต่ก็ยังไม่พบการกระจายเชื้อในวงกว้าง ทว่าผู้คนก็ยังไม่วายวิตกต่อการระบาดของโควิดระลอกสอง

ทำให้ในปัจจุบันการเดินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจไทยจึงยัง “อิหลักอิเหลื่อ” ระหว่างการเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการ “เปิดน่านฟ้า” ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ มาเป็นอีกฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยที่ผ่านมาภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง สามารถผลักดันรายได้ราว 20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

ที่ผ่านมารัฐบาลยังถูกแรงกดดันอย่างหนักจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ที่ต่างออกแรงหนุนให้รัฐตัดสินใจเปิดน่านฟ้า สะท้อนถึงภาวะเกินจะทนไหวของคนในอุตสาหกรรมนี้ จนเกิดหลายประโยคเด็ด อาทิ วิลเลี่ยม อี.ไฮเน็ค ประธานกรรมการบมจ.ไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนล ที่เมื่อครั้งโควิดระบาดในไทยใหม่ๆ เคยออกมาหนุนให้รัฐบาลใช้ยาแรง “เจ็บ” เพื่อจบปัญหา มาในเวลานี้เขามองว่า รัฐจำเป็นต้องเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เร็วที่สุด เพราะแม้ไทยจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเปิดประเทศ แต่ถ้ายังคงยืนยันปิดประเทศต่อไป คนทั้งประเทศจะตายจากภัยพิบัติทางเศรษฐกิจ มากว่าการระบาดของเชื้อโควิด

ล่าสุด วิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ยังออกมาประเมินว่า หากรัฐไม่เร่งตัดสินใจเปิดน่านฟ้าในไตรมาสสี่ปีนี้ จะได้เห็นการถูกเลิกจ้างแรงงานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 2.5 ล้านคน หรือกว่าครึ่งหนึ่งของแรงงานในอุตสาหกรรมนี้ที่มีอยู่ 4 ล้านคน ขณะที่ ญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น กล่าวไว้ตอนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ว่า สิ่งหนึ่งที่ยังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เชื้อไวรัส แต่เป็นความกังวลของผู้คน ส่งผลให้คนยังระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย

ดังนั้นเราเห็นว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่ยังทรุดตัว จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐจะต้องอัดมาตรการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และฟื้นฟูประเทศ ไปพร้อมกับการสร้างความเชื่อมั่นต่อรัฐว่าจะรับมือโรคระบาดได้ การออกมาแสดงความพร้อมของกระทรวงสาธารณสุขวานนี้ (14 ก.ย.) ในการรับมือสถานการณ์โควิด จึงนับเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ที่เหลือก็อยู่ที่รัฐบาลจะต้อง “หาหนทาง” การเปิดประเทศ เปิดน่านฟ้า ภายใต้กติกาด้านสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานโลก เพื่อให้ธุรกิจ เศรษฐกิจได้หายใจหายคอ ลดการเลิกจ้าง ขณะเดียวกันก็ต้อง “เท่าทัน” กับการรับมือการติดเชื้อโควิดภายในประเทศ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่ต้องสกัดไม่ให้ระบาดในวงกว้าง เรียนรู้อยู่กับโควิด ว่าเราปิดประเทศไม่ได้แล้ว

เนื้อหาต้นฉบับ https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/897816?ant=