Font Size

     รายงานข่าวล่าสุดระบุว่า การที่เรามีไขมันหน้าท้องซึ่งเป็นสิ่งที่ขจัดออกไปได้ยากมาก สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคโควิด-19 ในระยะที่รุนแรงได้สูงถึง 75% และจากผลการศึกษาดังกล่าว ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ทำการวิจัยข้างต้น ก็ได้ออกมาเรียกร้องเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีห่วงยางหน้าท้อง ว่าควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

                นักวิจัยชาวอิตาลีค้นพบว่า การที่เรามีห่วงยางหน้าท้อง นั้นหมายความว่าในกระเพาะอาหารของเราย่อมเต็มไปด้วยไขมันสะสมเป็นจำนวนมาก ที่เสี่ยงต่อการอาการแทรกซ้อนร้ายแรง โดยเฉพาะคนที่มีน้ำหนักเกินกว่าปกติและป่วยโรคโควิด-19 ที่สำคัญไม่ใช่แค่การติดเชื้อของไวรัสร้าย ที่มีแนวโน้มรุนแรงและอาจทำให้คุณมีอาการป่วยแย่ลงเท่านั้น แต่คนที่สะสมไขมันห่วงยางไว้ที่หน้าท้องเป็นจำนวนมาก อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 หรือภาวะดื้ออินซูลิน และอาจทำให้คุณเป็นความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดพ่วงมาด้วย จากภาวะน้ำหนักตัวเกิน แต่สิ่งที่ลืมไม่ได้นั้นคือเรื่องของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคุณที่ทำอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่เคร่งเครียด การดื่มแอลกอฮอล์ กินขนมหวานเป็นประจำ ที่สามารถทำให้คุณมีห่วงยางหน้าท้อง

 

                ในโอกาสนี้ มีการนำเสนอ 10 เทคนิคที่จะทำให้คุณสามารถขจัดไขมันหน้าท้องคุณออกไปได้

                1.ดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่า แอลกอฮอล์ที่อยู่ในไวน์แดงนั้น เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดห่วงยางหน้าท้องของคุณ โดยเฉพาะคนที่ดื่มไวน์แดง 2 แก้วทุกๆ วัน จะเป็นการเพิ่มปริมาณจำนวนแคลอรีมากถึง 72,000 แคลอรีต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับไขมัน 20 ปอนด์ อีกทั้งคุณสาวๆ ที่ชอบดื่มไวน์แดงนั้น จะทำให้มีไขมันส่วนเกินสะสมไว้ที่บริเวณสะโพกและต้นขา ในขณะที่ผู้ชายมักจะสะสมไขมันส่วนเกินจากแอลกอฮอล์ไว้ที่บริเวณพุงของพวกเขานั่นเอง

                2.รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง มีหลักฐานมากมายที่บ่งชี้ว่าโปรตีนเป็นกุญแจสำคัญในการลดไขมันหน้าท้อง ขั้นแรกมันจะปล่อยฮอร์โมน PYY หรือฮอร์โมนที่ช่วยทำให้คุณอิ่มอาหาร และปล่อยจากผนังลำไส้และกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นสัญญาณที่ช่วยให้คุณส่งข้อความไปยังสมองของคุณว่าคุณอิ่มแล้ว การให้โปรตีนที่ดีในมื้อเดียว จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการกินมากเกินไป และจากผลการวิจัยระบุว่า การที่คนกินโปรตีนในปริมาณที่สูง จะทำให้มีไขมันหน้าท้องน้อยลง และอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนนั้นยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กับคุณได้อีกด้วย

                3.ลดระดับความเครียดของคุณ ความเครียดทำให้ร่างกายของคุณได้รับไขมัน เนื่องจากมันกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนแห่งความเครียดออกมา ซึ่งจะเพิ่มความอยากอาหารของคุณ นั่นจะทำให้คุณกินเยอะมากขึ้น

                4.อย่ากินอาหารที่มีน้ำตาลมาก ปริมาณแคลอรี หรือไขมันที่ได้จากกลุ่มของน้ำตาล จะแตกต่างจากอาหารกลุ่มอื่นๆ เช่น โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ที่หมายถึงคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อร่างกาย เช่น ข้าวกล้องที่ไม่ขัดสี ธัญพืช ขนมโฮลวีต เป็นต้น ที่สามารถควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เนื่องจากอาหารที่อุดมไปด้วยน้ำตาลนั้น จะทำให้ร่างกายได้รับไขมันที่ทำให้ร่างกายของคุณผิดปกติ หรือทำให้ความอยากอาหารของคุณสับสน และนั่นยังกระตุ้นให้คุณผลิตน้ำมันออกมาจากร่างกายเป็นจำนวนมาก

                5.จัดการกับความไวต่ออาหาร ผู้คนมักมีความไวต่ออาหาร ที่ไม่ได้รับการแก้ไขมาเป็นเวลาหลายปี หากคุณคิดว่าคุณมีอาการแพ้ สิ่งสำคัญคือคุณต้องรีบไปปรึกษาแพทย์ของคุณ ซึ่งอาจแนะนำให้คุณไปพบนักโภชนาการ สำหรับความไวต่ออาหารที่พบบ่อย ได้แก่ นมและกลูเตน ซึ่งทั้งสองอย่างนี้สามารถนำไปสู่การอักเสบของลำไส้ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดความไวหรือแพ้อาหารมากขึ้น และการต่อสู้กับอาการแพ้เหล่านี้อาจส่งผลอย่างมากต่อการที่น้ำหนักตัวของคุณลดลง รวมถึงส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรมของคุณเช่นกัน

                6.ยกของหนัก ทุกคนรู้ดีว่าการออกกำลังกายเป็นประจำเป็นสิ่งจำเป็นในการลดน้ำหนัก แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่เลือกการออกกำลังกายด้วยการยกน้ำหนัก จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับคนคนนั้นเสมอไป ที่สำคัญนั้นการเอกเซอร์ไซส์ด้วยรูปแบบการยกอุปกรณ์ลดน้ำหนัก เช่น การเล่นเวทเทรนนิ่ง จะช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับมวลกล้ามเนื้อของคุณ และยังช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันให้กับร่างกาย ซึ่งขณะที่ร่างกายกำลังเบิร์นไขมันนั้น ก็จะทำให้น้ำหนักตัวของคุณลดลง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าการออกกำลังกายที่ดีที่สุด คือการออกด้วยท่าทางที่หลากหลายผสมผสานกัน เช่น นอกจากเล่นเวทเทรนนิ่งแล้ว ก็สามารถเต้นแอโรบิกต่อได้ทันที เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้หัวใจเต้นแรง และสูบฉีดโลหิตได้ค่อนข้างดี

                7.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ของการดูแลสุขภาพโดยรวม เพราะนั่นจะทำให้คุณสามารถควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี และจากการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นเวลา 16 ปี ชี้ให้เห็นว่าผู้หญิงที่นอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมงต่อคืนนั้น มีแนวโน้มที่จะทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า ผู้หญิงที่นอนหลับ 7 ชั่วโมงต่อคืน

                8.กินปลาที่มีไขมันชนิดดีทุกสัปดาห์ กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีอยู่ในปลา ได้รับการยกย่องว่ามีคุณสมบัติที่ดีมาก เช่นการช่วยชะลอวัย และต่อสู้กับโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมต่างๆ

                9.เลี่ยงการปรุงอาหารด้วยน้ำมันชนิดต่างๆ แต่ทำอาหารด้วยน้ำมันมะพร้าว จากการศึกษาวิจัยโดยการงดการใช้เนย และน้ำมันมะกอกทำอาหาร แต่ให้ใช้น้ำมันมะพร้าวแทนนั้น พบว่าน้ำมันมะพร้าวสามารถช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกายของคุณได้ และยังช่วยลดการสะสมไขมันที่จะเพิ่มสูงขึ้น กระทั่งกลายเป็นอ้วนลงพุงได้ เนื่องจากในน้ำมันมะพร้าวจะมีกรดไขมันอิ่มตัวสายกลาง ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ไม่สะสมในร่างกาย

                10.กินอาหารที่มีไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ในปริมาณมากๆ การรับประทานอาหารที่มีเส้นใยซึ่งละลายน้ำได้ดี เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการช่วยลดน้ำหนักเพราะไฟเบอร์จะสร้างเจลจากอาหารที่คุณกินเข้าไปในระบบทางเดินอาหารของคุณ และทำให้เส้นใยอาหารดังกล่าวได้รับการดูดซึมไปใช้งานกับร่างกาย จากการที่เจลเส้นใยอาหารไหลผ่านภายในระบบทางเดินอาหารอย่างช้าๆ และที่สำคัญไฟเบอร์ที่ได้จากเส้นใยอาหารดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดน้ำหนัก แต่ยังทำให้คุณอิ่มนานขึ้น หมายว่าความว่าคุณจะกินอาหารน้อยลงนั่นเอง.

ข้อมูลจาก https://www.thaipost.net/main/detail/104151