Image result for ใยหิน

 

          แร่ใยหินจัดเป็นสารก่อมะเร็ง (carcinogens) กลุ่มที่ 1 (class 1) แร่ใยหินเป็นเส้นใยแร่ซิลิเกต ที่ถูกนำไปใช้ในการผลิต วัตดุก่อสร้างต่างๆ เช่น กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องทนไฟ ท่อซีเมน ฉนวนกันความร้อน กระเบื้องยางปูพื้น กระดาษลูกฟูก รวมทั้งอะไหล่รถยนต์บางชนิด ผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากแร่ใยหินมากที่สุดได้แก่ผู้ทำงานด้านก่อสร้างจากการตัดแต่งแผ่นกระเบื้อง ก่อให้เกิดการฟุ้งกระจายของฝุ่นแร่ใยหินเข้าสู้ระบบทางเดินหายใจ เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปอด

 

 

ประชากรไทยมี     66 ล้านคน

อายุขัยเฉลี่ย            75 ปี 1 เดือน

ประชากรญี่ปุ่นอายุขัยเฉลี่ย   83.8 ปี

ประชากรในประเทศออสเตรเลียอายุขัยเฉลี่ย       82.4 ปี

ประชากรในประเทศไต้หวันอายุขัยเฉลี่ย             79.7 ปี

ประชากรในประเทศสิงคโปร์อายุขัยเฉลี่ย           82.7 ปี

เที่ยวไทยดังใหญ่! ดิสนีย์ทำการ์ตูนตลาดน้ำ ล้อที่มา "ข้าวผัดสับปะรด" ผ่านตัวการ์ตูนดัง มิคกี้-มินนี่ ยูทูปช่อง Mickey Mouse ได้เผยแพร่การ์ตูนสั้นความยาว 3.46 นาที เรื่อง ความฝันลอยน้ำของเรา (Our Floating Dreams) อันเป็นเรื่องราวโรแมนติกระหว่างสองตัวการ์ตูนดังของดิสนีย์นั่นคือ มิคกี้ เมาส์ และ มินนี่ เมาส์ โดยใช้ฉากหลังเป็น "ตลาดน้ำ" สถานที่ท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อของประเทศไทย

สำหรับเนื้อหาเป็นเรื่องราวระหว่างมิคกี้ เมาส์ พ่อค้าสับปะรด และมินนี่ เมาส์ แม่ค้าข้าวผัดที่สู้รบแย่งที่จอดเรือหมายเลข 999 เพื่อขายสินค้าของตัวเอง โดยมีตัวประกอบของเรื่องเป็นการ์ตูนดิสนีย์ชื่อดังเช่น กระรอกน้อยชิปแอนด์เดล ทว่า ในที่สุดความขัดแย้งก็กลายเป็นเรื่องราวโรแมนติก และจบลงที่ "ข้าวผัดสับปะรด" อันเป็นอาหารขึ้นชื่อในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

สำหรับการ์ตูนสั้นดังกล่าวเมื่อถูกเผยแพร่ไปในช่องยูทูปเพียง 17 ชั่วโมง ก็มีผู้เข้าชมแล้วมากกว่า 400,000 ครั้ง โดยผู้เข้ามาแสดงความเห็นมากกว่า 1,000 ครั้ง https://youtu.be/83sdwFOL1r8

โควิด 19 ระบาด คาดจะยืดเยื้อไปอีก 2 ปี จนกว่าคนส่วนใหญ่จะติดเชื้อ

รายงานจากทีมผู้เชี่ยวชาญ มหาวิทยาลัยรัฐมินนิโซตา ของสหรัฐฯ เผยแพร่รายงาน แนะนำให้สหรัฐฯเตรียมรับมือสถานการณ์ที่แย่ที่สุด ที่รวมถึง โควิด 19 ระบาด ระลอกสอง ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ซึ่งคือช่วงปลายปี

ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาโรคระบาด มหาวิทยาลัยมินนนิโซตา ไมค์ ออสเตอร์โฮล์ม ระบุว่า สถานการณ์ โควิด 19 ระบาด จะไม่หยุด จนกว่าจะมีประชากรส่วนใหญ่ติดเชื้อถึง 60 – 70 เปอร์เซ็นต์

ออสเตอร์โฮล์ม ได้เขียนวิจัยเกี่ยวกับความเสี่ยงการเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่มาเป็นเวลา 20 ปี และเป็นที่ปรึกษาให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯหลายสมัย

รายงานดังกล่าวคาดว่า การระบาดจะยาวนานไปอีก 18 ถึง 24 เดือน เพราะโควิด 19 เป็นโรคใหม่ ไม่มีใครมีภูมิคุ้มกัน ในขณะที่เริ่มมีภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) คือกลุ่มประชากรส่วนใหญ่เกิดภูมิคุ้มกันจะค่อยๆ เริ่มเกิดขึ้น

 

 

รายงานระบุ เพราะโควิด 19 มีระยะฟักตัวนานกว่า มีการแพร่ระบาดของคนที่ไม่มีอาการมากกว่า และต้องมีคนติดเชื้อจำนวนมากกว่าไข้หวัดใหญ่ก่อนที่การระบาดจะสิ้นสุด โควิด 19 ดูเหมือนจะระบาดง่ายกว่าไข้หวัดใหญ่

รายงานแนะนำว่า รัฐบาลควรต้องพัฒนาแผนที่เป็นรูปธรรม รวมถึงนำมาตรการบรรเทาผลกระทบกลับมาใช้ใหม่ เพื่อรับมือกับช่วงพีคของโรค ที่จะเกิดขึ้น

“วัคซีนมีอินธิพลต่อสถานการณ์การระบาด แต่วัคซีนจะไม่มีใช้จนกว่าอย่างน้อยก็ปี 2021 และเราไม่รู้ว่าจะมีความท้าทายแบบไหนเกิดขึ้น ในช่วงที่กำลังพัฒนาวัคซีน”

 

ขอบคุณข้อมูลจาก https://today.line.me/

เนื้อหาต้นฉบับ https://today.line.me/TH/pc/article/QJ0qqj?utm_source=lineshare

โควิดสร้างชาติ?

มั่นใจว่า หลังวิกฤตโควิดครั้งนี้ ประเทศไทยจะก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางการแพทย์ เป็นหนึ่งในผู้นำของเอเชีย และเป็นเป้าหมายที่คนจำนวนมากต้องการจะมา เหตุผลเพราะ...

- จากเดิม การแพทย์ของไทยเราอยู่อันดับ 6 ของโลก แต่หลังโควิด เมื่อมีการจัดอันดับใหม่ น่าจะได้เลื่อนขึ้นไปอยู่อย่างน้อย top 3 (หรือเผลอๆอาจจะขึ้นไปอยู่อันดับหนึ่งด้วยซ้ำ) ควบคุมสถานการณ์ได้ดี รักษาหายอันดับสองของโลก (อันดับหนึ่งคือจีน ซึ่งหลายคนก็ยังแคลงใจว่ามีปกปิดข้อมูลหรือไม่) ซึ่งจะมีผลต่อการรับรู้ของคนทั้งโลก ว่าเฮ้ย ประเทศเล็กๆอย่างไทยแลนด์นี่ เก่งในการควบคุมสถานการณ์โรคระบาดยิ่งกว่าประเทศ G7 G8 ทั้งหลายเสียอีก

- ผลก็คือ คนเก่งๆ ทั่วโลก รวมทั้งมหาเศรษฐี นักธุรกิจต่างๆ จะหาวิธีย้ายมาอยู่ในประเทศไทย หรืออย่างน้อยก็ต้องหาทางมาซื้อบ้าน หรือมี work permit เอาไว้ เพราะคนเหล่านี้ มีความรู้ (และมีเงิน) และรักชีวิตกันทั้งนั้น เค้าไม่อยากจะเสี่ยงชีวิตอยู่ในประเทศที่รัฐบาลล้มเหลวในการควบคุมโรคระบาด ซึ่งอาจจะมีได้อีกทุกเมื่อ และผู้นำประเทศตัวเอง (โดยเฉพาะอเมริกา) ไม่สนใจชีวิตและสุขภาพของประชาชน คิดแต่เอาใจประชาชนฐานเสียง ซึ่งห่วงแต่เสรีภาพและวิถีชีวิตเก่าๆของตัวเอง ซึ่งพอกวาดตาไปมองบรรดาประเทศที่จัดการโควิดได้ดี ประเทศไทยก็จะอยู่อันดับต้นๆแน่นอน แถมทำธุรกิจก็ง่ายเป็นอันดับ 1 ค่าครองชีพต่ำ ค่าแรงถูก อาหารอุดมสมบูรณ์ เรียกว่าเหตุผลทางการแพทย์ เป็นเหตุผลดึงดูดยิ่งกว่าหาดทรายที่สวยที่สุดบวกกับอาหารที่อร่อยที่สุดของเรา เพราะเป็นเหตุผลเรื่องความเป็นความตาย เค้ารู้ว่าถ้าเกิดโรคระบาดขึ้นเมื่อไหร่ ถ้าอยู่ในเมืองไทย เค้าอุ่นใจได้ว่าจะมีความปลอดภัยมากกว่าหลายๆที่ในโลกนี้

- ผู้สูงอายุทั่วโลก จะต้องหาทางมาขอได้รับการดูแลที่เมืองไทย โดยใช้เงินเก็บก้อนสุดท้าย ซึ่งสามารถมาซื้อบ้านและมีความเป็นอยู่ที่ดีได้ที่เมืองไทย โดยเฉพาะในต่างจังหวัด (ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มเห็นแล้ว) ได้อยู่ใกล้หมอ มีสิ่งอำนวยความสะดวก อากาศดี ต่างจากประเทศบ้านเกิดที่คนแก่อยู่อย่างยากลำบากแม้มีเงินเก็บหรือเงินเกษียณ

- รวมทั้งคนไทยที่อยู่ทั่วโลก จะอยากกลับมาอยู่เมืองไทยด้วย และการสมองไหลจะน้อยลง คนเหล่านี้มีประสบการณ์จากต่างประเทศ ที่จะช่วยกลับมาคิดธุรกิจใหม่ๆในประเทศไทย

- ไฮโซไทย และคนทั่วไป ในช่วงภายใน 5 ปีนี้ คงจะหวาดๆหวั่นๆ ในการส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ บวกกับต่างชาติที่จะเข้ามาเพิ่มเติม โรงเรียนอินเตอร์จะมี demand สูงขึ้น สถาบันการศึกษาในไทย จะมีโอกาสได้ตัวผู้เชี่ยวชาญมามากขึ้น ที่อยากมาไทยมากกว่าสิงคโปร์หรือจีน และอาจมีโอกาสติด ranking สูงขึ้นไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะมหิดล / แพทย์จุฬา ทำให้คนต่างชาติอยากมาเรียนมากขึ้น และน่าจะมีงานวิจัยทางการแพทย์ของไทยติดระดับโลกมากขึ้นด้วย

- และสมุนไพรไทย ก็เป็นอะไรที่น่าอเมซิ่งมากๆ เป็นอีกหนึ่งด้านที่ประเทศอื่นไม่มี

- บริษัทต่างๆ จะเลือกมาเปิดศูนย์ในไทยมากขึ้น แทนที่สิงคโปร์ หรือมาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย ที่มีปัญหาในการจัดการกับโควิด และฟื้นตัวได้ช้ากว่า ทำให้สร้างงานได้ (คู่แข่งที่น่ากลัวอาจจะเป็นเวียดนาม)

- เมื่อเราสามารถเปิดการท่องเที่ยวได้แล้ว ไม่ว่าจะเต็มที่ หรือบางส่วนก็ตาม ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกๆของโลกที่คนเลือกจะเดินทางมา เราสามารถจำกัด คัดคนเดินทางได้ หรืออัพเกรดราคาสินค้าขึ้นได้

ดังนั้นสิ่งที่รัฐต้องทำ คือ
- หาทางต้อนรับคนเหล่านี้ ให้เกิดประโยชน์กับประเทศมากที่สุด พวก Backpacker เมินไปบ้าง ทัวร์น้อยเหรียญ ไม่ต้องไปง้อเยอะ คัดเฉพาะคนมีฐานะพอจะเข้ามา มีประกันสุขภาพวงเงินสูงเพียงพอ อย่าให้มาเป็นภาระกับเรา แต่อำนวยความสะดวกให้คนที่จะมาสร้างงาน สร้างเศรษฐกิจ หรือต่อยอดสร้างไอเดียใหม่ๆ ให้เป็น safe haven ของคนเก่ง ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ โดยเฉพาะทางการแพทย์ ต่อยอดให้เราผลิตยา วิจัยทางการแพทย์
- จัดแนวทาง "สร้างเศรษฐกิจด้วยการแพทย์" ไทยจะต้องถูกลืมว่าเป็นประเทศแห่ง "sex tour" แต่เราจะเป็นประเทศแห่ง "medical tour" "wellness tour" เป็น medical hub ของโลกในด้านการบริการ ใครมาเมืองไทย 1 สัปดาห์ กลับออกไปจะได้แพ็คเกจตรวจสุขภาพ สปา ฟื้นฟูสุขภาพต่างๆ ด้วยการบริการที่เชื่อได้เลยว่าเป็นอันดับหนึ่งของโลก แล้วก็ต้องย้อนกลับมาใหม่ทุกปี รัฐต้องมีนโยบายให้เกิดอุตสาหกรรมบริการทางการแพทย์เหล่านี้ ที่จะสร้างงาน สร้างรายได้เข้าประเทศได้อีกมาก กระทรวงท่องเที่ยวต้องคุยกับสาธารณสุข และอื่นๆ เช่น ก.แรงงาน มหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อให้นโยบายนี้ครบวงจร ให้เป็นจุดเด่นของไทยที่ผงาดขึ้นมาจากวิกฤตนี้

วิกฤตโควิดครั้งนี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าแพทย์ไทยเราโคตรเก่ง และไทยเรามีศักยภาพที่จะเป็นมหาอำนาจทางการแพทย์ได้อย่างแน่นอน เพราะประเทศกูมี...หมอและพยาบาลที่เก่งและทุ่มเทมากที่สุดไม่แพ้ชาติใดในโลก
โลกจะมองไทยเปลี่ยนไปมาก หลังเหตุการณ์ COVID 19 นี้
โควิดน่ากลัวและทำให้เราลำบากมากก็จริง แต่มันก็อาจจะเปลี่ยนให้เรากลายเป็นมหาอำนาจทางการแพทย์ และหนึ่งในประเทศชั้นนำของโลกเลยก็ได้

ผู้เขียน ผศ.ดร. วรัชญ์ ครุจิต ผช.อธิการบดี นิด้า

หมวดหมู่รอง

สาระน่ารู้

บทความวิชาการ