Image result for ใยหิน

 

          แร่ใยหินจัดเป็นสารก่อมะเร็ง (carcinogens) กลุ่มที่ 1 (class 1) แร่ใยหินเป็นเส้นใยแร่ซิลิเกต ที่ถูกนำไปใช้ในการผลิต วัตดุก่อสร้างต่างๆ เช่น กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องทนไฟ ท่อซีเมน ฉนวนกันความร้อน กระเบื้องยางปูพื้น กระดาษลูกฟูก รวมทั้งอะไหล่รถยนต์บางชนิด ผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากแร่ใยหินมากที่สุดได้แก่ผู้ทำงานด้านก่อสร้างจากการตัดแต่งแผ่นกระเบื้อง ก่อให้เกิดการฟุ้งกระจายของฝุ่นแร่ใยหินเข้าสู้ระบบทางเดินหายใจ เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปอด

 

 

vImage result for งูสวัด

 

          โรคงูสวัด (varicella) มีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัส varicella-zoster ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับการเกิดโรค อีสุกอีใสในเด็ก หลังจากอาการของโรค อีสุขอีใสหายแล้ว ไวรัสจะเข้าไปซ่อนตามปมประสาทต่างๆ เมื่อใดก็ตามเมื่อร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันโรคลดลง ไวรัสจะเพิ่มจำนวนและออกมาจากที่ซ่อนในปมประสาท ทำให้เกิดโรคงูสวัด มีตุ่มน้ำใสๆเกิดขึ้นบนผิวหนัง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณ บั้นเอว แนวชายโครง รวมทั้งแขน ขา และใบหน้า แม้ว่าโรคนี้อาจรักษาให้หายได้ในระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ แต่อาการปวดแสบบริเวณรอยโรค อาจรุนแรงมากและโรคเรื้อรังเกินกว่า 4 สัปดาห์ หรือ อาจมีการติดเชื้อแทรกซ้อนได้

          ดังนั้นผู้ที่สภาวะร่างกายมีภูมิคุ้มกันลดลงโดยเฉพาะผู้สูงอายุจึงควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดเพื่อลดความเสี่ยงเกิดโรค ปัจจุบันวัคซีนมีประสิทธิภาพการป้องกันโรคสูงแม้จะไม่ถึง 100% แต่ฉีดเพียงครั้งเดียวสามารถป้องกันโรคได้นานไม่น้อยกว่า 5 ปี

 

 

1.เพื่อป้องกันการแพ้ถั่วลิสง(Peanut allergies) จะต้องไม่ให้เด็กกินถั่วช่วงอายุ 3 ปีแรก

                - รายงานทางวิทยาศาสตร์พบว่าแม้เด็กที่ให้กินถั่วก่อนอายุ 1 ปี ก็ไม่มีความเสี่ยงต่อการแพ้ถั่วแต่อย่างไร

2.น้ำมันปลา (Fish oil) มี โอเมการ์ 3 ถ้ากินประจำจะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

                - รายงานวิจัย พบว่าการได้รับโอเมการ์ 3 ทุกวันไม่ช่วยป้องกันโรคหัวใจแต่อย่างใด

3.มีคำแนะนำว่าถ้ามีเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ จะต้องดำเนินการกำจัดไรฝุ่น หนู และแมลงสาบในบ้านให้หมด เพื่อลดการเกิดอาการของโรคภูมิแพ้

                - รายงานการวิจัยพบว่าการกำจัดสัตว์เหล่านี้ไม่ได้ช่วยลดการเกิดอาการของโรคภูมิแพ้แต่อย่างใด

4.มีคำแนะนำว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคเข่าเสื่อมเนื่องจากความฉีกขาดของกระดูกอ่อน (Osteoarthritis) ต้องได้รับการผ่าตัดเข่าอาการเจ็บปวดจึงจะหาย

                - การวิจัยพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาโดยวิธีกายภาพบำบัดและโดยการผ่าตัดอาการเจ็บปวดจะทุเลาได้ในอัตราใกล้เคียงกัน

5.มีคำแนะนำว่าผู้สูงวัยระยะอายุกลางคนขึ้นไปถ้าได้รับการรักษาด้วย ฮอร์โมน Testosterone จะช่วยให้อาการเสียความจำจะดีขึ้น

                - ผลการวิจัยพบว่า ฮอร์โมน Testosterone ไม่มีผลในการเพิ่มความจำแต่อย่างใด

6.มีคำแนะนำว่าการกิน แปะก๊วย (Ginkgo) ประจำจะช่วยรักษาความจำให้ดีขึ้นโดยเฉพาะในผู้สูงวัย

                - รายงานผลการวิจัยพบว่า การกินแปะก๊วยเป็นประจำไม่ได้ช่วยให้ความจำดีขึ้นแต่อย่างใด

 

 

  1. คนที่รวยที่สุด 1 % ของคนไทยมีทรัพย์สินรวมกันมากกว่า 66 % ของทรัพย์สินทั้งหมดที่ประเทศมี
  2. ประชากรไทย 3 ล้านคน เป็นเจ้าของที่ดินร้อยละ 80 ของที่ดินทั้งหมดของประเทศ ขณะที่คนไทยอีก 45 ล้านคน ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง
  3. คนไทยวัยเกษียณร้อยละ 5 มีความเป็นอยู่ดีและพึ่งพาตัวเองได้ ขณะที่ร้อยละ 95 ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ต้องพึ่งพาลูกหลานมีความเป็นอยู่ลำบาก

 

                ผลการวิจัยเมื่อเร็วๆนี้พบว่าการล้างมือด้วยสบู่และน้ำเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะกำจัดเชื้อโรค ในทางตรงข้ามการใช้น้ำยาล้างมือที่ประกอบด้วยแอลกอฮอล์ ต่ำกว่า 60% หรือใช้สารอื่นที่ไม่ใช่ แอลกอฮอล์ จะให้ผลการกำจัดเชื้อโรคน้อยกว่า โดยเฉพาะกรณีที่มือไม่สะอาด มีการปนเปื้อนอยู่แล้วจากฝุ่นหรือไขมัน การใช้น้ำยาล้างมือจะให้ผลน้อยมากเมื่อเทียบกับการล้างมือด้วยสบู่อย่างถูกต้อง

PM 2.5 = Particle materials ขนาด 2.5 ไมครอน (1 มิลลิเมตร = 1000 ไมครอน) ประกอบด้วยสารพิษหลักคือ PAH (Polycyclic aromatic hydrocarbon) ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ เช่นจากน้ำมันเชื้อเพลิง การปิ้งย่างอาหาร การเผาไหม้ต่างๆ เช่นพืชจากการเกษตร รวมทั้งฝุ่นจากอุตสาหกรรม และการก่อสร้าง

ประชากรไทยมี     66 ล้านคน

อายุขัยเฉลี่ย            75 ปี 1 เดือน

ประชากรญี่ปุ่นอายุขัยเฉลี่ย   83.8 ปี

ประชากรในประเทศออสเตรเลียอายุขัยเฉลี่ย       82.4 ปี

ประชากรในประเทศไต้หวันอายุขัยเฉลี่ย             79.7 ปี

ประชากรในประเทศสิงคโปร์อายุขัยเฉลี่ย           82.7 ปี

การสูบบุรี่                               พนักงานไทย 7% สูบบุหรี่

                                                พนักงานในอาเซี่ยน 11% สูบบุหรี่

                                                พนักงานในประเทศออสเตรเลีย 9% สูบบุหรี่

แอลกอฮอล์                            พนักงานไทย 1.2% ดื่มสุรา 14 unit/สัปดาห์

พนักงานในอาเซี่ยน 1.4% และพนักงานในประเทศออสเตรเลีย 15.9% ดื่มสุรา

                                                1 unit                      =              เบียร์ 3.5% 275-300 มิลลิลิตร

=              ไวน์ 12.5% 100 มิลลิลิตร

                                                                                =              วิสกี้ 40% 25 มิลลิลิตร

สุขภาพโดยทั่วไป                  พนักงานไทย 7% เป็นโรคอ้วน (BMI30)

                                                พนักงานในประเทศอาเซี่ยน 17.4 % เป็นโรคอ้วน

                                                และพนักงานในประเทศออสเตรเลีย 17.6 % เป็นโรคอ้วน

การนอน                                 พนักงานไทย 45% นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง

                                                พนักงานในประเทศอาเซี่ยน 53 % นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง

                                                และพนักงานในประเทศออสเตรเลีย 27 % นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง

สุขภาพจิตร                            พนักงานไทย 47% มีความเครียดจากงาน

                                                พนักงานในประเทศอาเซี่ยน 51 % มีความเครียดจากงาน

                                                และพนักงานในประเทศออสเตรเลีย 53 % มีความเครียดจากงาน

ข้อมูลจาก : Thailand’s Healthiest workplan by AIA vitality