rk

1. ไส้กรอก และแหนม อาจใส่สารไนไตรต์ หรือดินประสิว เพื่อช่วยให้ เนื้อมีสีสดน่ากิน

2. อาหารจำพวกปิ้งย่าง โดยเฉพาะจำพวกเนื้อแดงเมื่อนำไปย่างด้วยความร้อน โปรตีนจะเปลี่ยนเป็นสาร “ไนโตรซามีน” ที่เป็นสารก่อมะเร็ง

3. อาหารหมักดอง จำพวกเนื้อสัตว์ เช่น ปลาร้า ปลาส้ม ผลไม้ดอง มีสารจำพวก “ไนโตรซามีน” อยู่ด้วยเช่นกัน

4. ไอศกรีม ที่ผลิตเพื่ออุตสาหกรรมอาจประกอบด้วยสารต่างๆ ที่ช่วยเพิ่ม รส กลิ่น และสารที่ช่วยให้การละลายของไอศกรีมช้าลง เช่น

-  กลิ่นและรสสตรอเบอร์รี่ใช้ Benzyl acetate

-  กลิ่นและรสสัปปะรดใช้ Ethyl acetate

-  กลิ่นเชอรี่ใช้ Aldehyde

-  กลิ่นกล้วยหอมใช้ Amyl Acetate

-  สารลดการละลายให้ช้าลงใช้ Diethylene glycol

5. สีทาบ้าน; สีทาบ้านส่วนใหญ่ผสมสารตะกั่ว เพื่อช่วยให้เป็นเงาวาวและเวลาทาแล้วลื่นทำให้สะดวกในการทำงาน ตะกั่วในสีจะค่อยๆระเหยออกมาในอากาศ และเข้าสู่ร่างกาย โดยการหายใจ ปัจจุบันประเทศไทย ยังไม่มีการห้าม ผสมตะกั่วในสีทาบ้าน

6. อาหารทะเลและผักหลายอย่าง เคลือบด้วยสารฟอร์มาลินเพื่อรักษาสภาพและดูสดอยู่เสมอ

 

 

yoghurt

                ผลการวิจัยในประเทศอังกฤษรายงานเมื่อเร็วๆนี้พบว่าจากการศึกษาอาสาสมัคร 3500คน เป็นระยะเวลา 11ปี พบว่าการกินโยเกิร์ต และเนยไขมันต่ำเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวาน ได้ถึง 1 ใน 4 หรือประมาณ 25% โดยเฉพาะโยเกิร์ตอย่างเดียวจะลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน (Type 2 Diabetes) ได้ถึง 28%

world-cancer

          องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานสถานการณ์โรคมะเร็งในโลกไว้ดังนี้ ปี พ.ศ.2555 มีผู้ป่วยโรคมะเร็งใหม่เพิ่มขึ้น 14ล้านคน แต่ภายใน 20ปีข้างหน้า จะมีผู้ป่วยโรคมะเร็งใหม่เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าปีละ 22ล้านคน โดยที่จะมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นจากปีละ 8.2ล้านคน เป็นปีละ13ล้านคนลำดับจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งที่พบมากคือ

- มะเร็งปอด 1.8ล้านคน (13%)

- มะเร็งเต้านม 1.7ล้านคน (11.9%)

- มะเร็งลำไส้ใหญ่ 1.4ล้านคน(9.7%)

         บุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคมะเร็ง ในสหรัฐอเมริกา (33%) การกินอาหารไม่มีคุณภาพ ความอ้วน และไม่ออกกำลังกายเป็นสาเหตุรอง (28%)

 

 

1142 03

          ควันจาการจุดธูปประกอบไปด้วยสารพิษหลายอย่าง ซึ่งบางอย่างอาจเป็นสารก่อมะเร็ง เช่น บิวตาไดอีน (Butadiene) เบนซีน(Benzene) เบนโซไพรีน (Benzo pyrene) รวมทั้ง ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ (Carbon monoxide) และจึงควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในห้องบูชาที่ไม่มีการระบายอากาศที่ดีนานเกินไป

ประมาณจำนวนผู้นับถือศาสนาที่สำคัญในโลก

Christianity                                       32.9%

Islam                                                22.8%

Hinduism                                          13.7%

Non-Religious                                    11.5%

Buddhism                                          7.2%

Chines Folk Religions                         6.2%

Others                                               5.2%

ข้อมูลจาก Bangkok Post : Years-End Review, January 2014

 

 

                มีการพบมานานกว่า 20 ปี แล้วว่าไวน์แดงมีสาร resveratrol (เรสเวอราทรอล) ที่ช่วยให้ผู้ดื่มเป็นประจำลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่มีข้อมูลผลการศึกษาเมื่อเร็วๆนี้ พบว่าอาจไม่เป็นความจริง เนื่องจากไม่มีความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจน ระหว่างการดื่มไวน์และโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่ในทางตรงกันข้าม แอลกอฮอล์ในไวน์ มีอันตรายต่อตับเช่นเดียวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ

 

 

ข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ที่ชอบดื่ม Beer (เบียร์)

                รายงานการวิจัยเมื่อเร็วๆนี้โดยการศึกษาจากทั้งชายและหญิงกว่า 2,000 คน ที่ดื่มเบียร์ วันละ 1.5 แก้ว พบว่า ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจล้มเหลวลดลง 50% และยังพบว่าเบียร์มีผลดีต่อสมองช่วยลดความเสี่ยงของการมีเลือดคั่งในสมอง ลดความกังวล ลดความเครียดและทำให้อารมณ์ดี และเบียร์ยังมีสารอาหารอื่นๆอีก เช่น วิตามิน B ฟอสฟอร์รัส เหล็กและแมคนีเซียม เป็นต้น รวมทั้งจากความเชื่อที่ว่าดื่มเบียร์แล้วลงพุงก็ไม่เป็นความจริง เนื่องจากผลการศึกษาพบว่าการมีพุง ไม่เกี่ยวข้องกับการดื่มเบียร์เลย อย่างไรก็ตาม แอลกอฮอล์ในเบียร์ก็เป็นอันตรายต่อตับเช่นกัน ถ้าดื่มมากเกินไป

 

 

                องค์การอนามัยโลกรายงานว่า ปี 2555 มี จำนวนผู้เสียชีวิตที่มีสาเหตุจากแอลกอฮอล์ 3.3 ล้านคน มากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์และวัณโรครวมกัน โดยแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต อัตรา 5.5% ของผู้เสียชีวิตทั่วโลก ขณะที่โรคเอดส์เพียง 2.8% และวัณโรค 1.74% ตามลำดับ

 

 

                เมืองที่มีค่าแรงสูงที่สุดในปัจจุบันคือ เมือง Seattle ในรัฐ Washington ,U.S.A. โดยมีค่าแรงชั่วโมงละ US$15 หรือประมาณ 480 บาท (วันละ 3,840 บาท) สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำของประเทศไทย (วันละ 300 บาท) กว่า 12 เท่า และสูงที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา

 

 

Floyd Mayweather

ชาวอเมริกัน

3,360 ล้านบาท (กีฬามวย)

 


 

Cristiano Ronaldo

Cristiano Ronaldo

ชาวโปตุเกส

2,560 ล้านบาท (กีฬาฟุตบอล)

 


 

Lebron James

Lebron James

ชาวอเมริกัน

2,314 ล้านบาท (กีฬาบาสเก็ตบอล)

 


 

Lionel Messi

Lionel Messi

ชาวอาเจนตินา

2,070 ล้านบาท (กีฬาฟุตบอล)

 


 

Kobe Breyant

Kobe Breyant

ชาวอเมริกัน

1,968 ล้านบาท (กีฬาบาสเก็ตบอล)

 


 

Tiger Woods

Tiger Woods

ชาวอเมริกัน

1,958 ล้านบาท (กีฬากอล์ฟ)

 


 

Roger Federer

Roger Federer

ชาวสวิสเซอร์แลนด์

1,798 ล้านบาท (กีฬาเทนนิส)

 

 

หมวดหมู่รอง

สาระน่ารู้

บทความวิชาการ