แพทย์   $ 195,842
ผู้จัดการแผนกเภสัชกรรม  $ 146,412
เภสัชกร $ 127,120
สถาปนิก $ 115,944
ผู้จัดการพัฒนาซอฟแวร์ $ 108,875
วิศวกรซอฟแวร์ $ 107,479

 

          แนวทางใหม่สำหรับการวินิจฉัยโรคมะเร็งไต

          โรคมะเร็งไตเป็นโรคที่ไม่แสดงอาการในเบื้องต้น ส่วนใหญ่เมื่อมีอาการตรวจพบก็จะเป็นระยะรุกลามแล้ว ทำให้โอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยมีน้อยเมื่อเร็วๆนี้มีรายงานผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษและอิสราเอลรายงานว่า มีการพบตัวบ่งชี้โรคมะเร็งของไตระยะแรก (Kidney Cancer Biomarkers) โดยให้ชื่อโมเลกุลที่พบใหม่นี้ว่า KIM-1 ซึ่งสามารถตรวจพบได้ทั้งในเลือดและปัสสาวะ ในคนปกติ KIM-1 มีอยู่ในเลือดในปริมารที่น้อยมากแต่กรณีที่มีการบาทเจ็บที่ไต หรือ เกิดโรคมะเร็งที่ไต (Renal Cell Carcinoma) จะมีปริมาณ KIM-1 ออกมาในเลือดและในปัสสาวะ ที่สามารถตรวจพบได้ในปริมาณที่มาก ผู้วิจัยยังสรุปว่า การตรวจหา KIM-1 มีความไวในการวินิจฉัยโรคมะเร็งไตสูงกว่าการตรวจหา PSA ในกรณีของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate cancer) มากเมื่อนำทั้ง 2 วิธีมาเปรียบเทียบกัน

 

 

          จากรายงานการประชุม 22nd  International Aids Conference พบว่า 2 ใน 3 ของเด็กผู้หญิงอายุ 15-19 ปี ติดเชื้อ HIV. หรือประมาณว่าทุก3 นาที จะมีเด็กหญิง 1 คน ติดเชื้อ HIV. ปัจจุบันมีเด็กหญิงเหล่านี้ 1,200,000 คนทั่วโลก ติดเชื้อ HIVเสียชีวิตปีละ 130,000 คน

          องค์การอนามัยโลกรายงานไว้ว่าแต่ละปีจะมีผู้ติดเชื้อ HIVใหม่ 1,800,000 คน ตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี พ.ศ. 2563 จะจำกัดการติดเชื้อ HIVใหม่ให้เหลือปีละไม่เกิน 500,000 คน 

 

 

          เราอาจคิดกันว่าวัณโรคได้หมดไปจากประเทศไทยแล้ว แต่ความเป็นจริงไม่ใช่เช่นนั้น องค์การอนามัยโลกยังจัดประเทศไทยอยู่ 1 ใน 14 ประเทศที่มีปัญหาวัณโรค มีรายงานว่าคนไทยประมาณ 20 ล้านคน มีเชื้อวัณโรคแฝงอยู่ในร่างกายพร้อมที่จะแสดงอาการของโรคเมื่อภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สามารถควบคุมเชื้อวัณโรคได้ แต่ละปีประเทศไทยมีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่เกิดขึ้น 120,000 คน เสียชีวิตปีละ 12,000 คน ในจำนวนนี้มีผู้ได้รับการรักษาประมาณ 80,000 คน อีก 40,000 คน ไม่ได้รับการรักษากลายเป็นพาหะแพร่โรคไปสู่ชุมชน และสังคม เฉพาะในกรุงเทพมหานคร มีผู้ป่วยรายใหม่ปีละ 14,000 คน เสียชีวิตปีละ 12,000 คน  ในจำนวนนี้ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องไม่เกิน 60 %

          การรักษาวัณโรคผู้ป่วยจะต้องกินยาอย่างต่อเนื่อง 6 เดือน จนหายขาด ปัจจุบันรัฐบาลให้การรักษาฟรีทั้งค่ารักษาและค่ายา ผู้ป่วยที่ขาดยาหรือกินยาไม่สม่ำเสมอจะทำให้เชื้อดื้อยาจะต้องรักษานานขึ้นละต้องใช้ยาที่มีราคาแพงมากขึ้นค่ารักษาจะเพิ่มขึ้นจากไม่กี่พันบาทต่อรายเป็นหลายแสนบาทต่อราย

 

 

          โดยทั่วไปโรคเบาหวาน (Diabetes) มีสาเหตุจาก พันธุกรรมและการดำรงชีวิต โดยเฉพาะพฤติกรรมการกินอาหารและออกกำลังกาย แต่จากผลการวิจัยเมื่อเร็วๆนี้พบว่ามลพิษในอากาศเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดโรคเบาหวานเช่นกัน โดยพบว่า 14% ของคนป่วย หรือประมาณ 3,200,000 คน ของคนป่วยโรคเบาหวานใหม่ ทั่วโลกมีสาเหตุมาจากมลพิษในอากาศ สาเหตุน่าจะเกิดจากมลพิษในอากาศไปกดระบบการสร้าง ฮอร์โมนอินซูลิน ของร่างกายและไปขัดขวางขบวนการเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้เป็นพลังงานเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้

          ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลก 430ล้านคน และจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

 

  

          ผลการสำรวจประชากรมากกว่า 2 ล้านคน อายุ 42-77 ปี เป็นระยะเวลา 2 ปี ระหว่างประชากรที่แต่งงานมีครอบครัวและประชากรที่เป็นโสด อย่าร้างและเป็นหม้าย พบว่าประชากรที่ไม่แต่งงานมีโอกาสที่จะเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน (Cardiovascular disease) สูงกว่าผู้แต่งงานอยู่เป็นครอบครัว 42% และเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจและเส้นเลือดอื่นๆ (Coronary heart disease) 16% ในจำนวนประชากรที่ศึกษาพบว่าโอกาสเสียชีวิตจากโรคเส้นเลือดหัวใจและเส้นเลือดอื่นๆ 42% และเสียชีวิตจากโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Stroke) 55%

          ในจำนวนนี้พบว่า 4 ใน 5 ของความเสี่ยงการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน ได้แก่ ผู้สูงอายุ เป็นผู้ชาย ความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่และมีโรคเบาหวาน นอกเหนือจากนี้แต่งงานอยู่เป็นคู่จะมีสภาวะทางอารมดีกว่าผู้อยู่เป็นโสดและมีโอกาสการเป็นโรคสมองเสื่อม (Dementia) น้อยกว่าผู้ที่เป็นโสด

 

 

 

          ขี้หู (ear wax หรือ cerumen) สร้างขึ้นโดยต่อมใต้ผิวหนังบริเวณช่องหู ประกอบด้วยสารหลายอย่างผสมกับเซลล์ผิวหนังช่องหูที่หลุดลอกออก ขี้หูมีประโยชน์หลายอย่างเช่น หล่อลื่น รักษาความชื้น  ทำความสะอาดช่องหู และยังช่วยจับฝุ่นและแมลงเล็กๆที่อาจเข้าไปในช่องหู นอกจากนั้นขี้หูยังประกอบด้วยเอนไซม์ที่ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียอีกด้วย คนจำนวนมาก กว่าร้อยละ 90 เชื่อว่าการทำความสะอาดช่องหูเป็นครั้งคราวหรือบ่อยๆเป็นสิ่งจำเป็นซึ่งไม่เป็นความจริง โดยเฉพาะใช้ไม้พันสำลี (cotton swabs) เช็ดภายในช่องหูอาจก่อให้เกิดอันตรายได้หลายอย่างอาทิเช่น ขี้หูอาจถูกดันลึกเข้าไปถึงเยื่อแก้วหูหรือเศษสำลีหลุดออกติดอยู่กับขี้หูเข้าไปอุดช่องหูหรือทำให้เยื่อแก้วหูทะลุเป็นเหตุให้สูญเสียการได้ยินเป็นต้น นอกจากนั้นการใช้วัสดุที่แข็งหรือไม่สะอาดอาจทำให้เกิดแผลติดเชื้อภายในช่องหูทำให้เกิดอาการช่องหูอักเสบ เป็นต้น

 

 

       

          มีสาเหตุจากระบบสัญญาณไฟฟ้าที่ควบคุมการเต้นของหัวใจทำงานผิดปกติทำให้การเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอ หัวใจอาจเต้นช้ากว่า 60 ครั้งต่อนาที หรือเต้นเร็วกว่า 100 ครั้งต่อนาที หรืออาจมีอาการเต้นและหยุดในในบางครั้ง โรคนี้อาจเกิดได้ทุกเพศและวัยแต่ส่วนใหญ่เกิดในผู้สูงอายุ มากกว่า 65 ปี โดยอาจมีสาเหตุจากพันธุกรรมและความเครียดซึ่งอาจส่งผลให้เสียชีวิตได้

          การป้องกันคือการต้องมีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารที่เหมาะสมนอนหลับให้เพียงพอ (6-8 ชั่วโมง) งดหรือลดอาหารรสหวานจัด เค็มจัดและไขมันสูง และควรต้องมีการตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง สำหรับการรักษาทำได้โดยการใช้ยาหรือโดยฝังอุปกรณ์ไฟฟ้ากระตุ้นหัวใจ (pacemaker implantation)

 

 

 

          ข้อมูลปัจจุบันเรารู้แน่ชัดว่าไวรัส HPV เป็นสาเหตุการเกิด มะเร็งปากมดลูกถึงร้อยละ 99 สอดคล้องกับการรายงานผลการวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ The journal of american medical association เมื่อเร็วๆนี้พบว่าการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก โดยการตรวจหาเชื้อไวรัส HPV มีความไวและแม่นยำในการค้นหาร่องรอยเริ่มแรกก่อนการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ดีกว่าการตรวจ PAP smear ที่ทำกันอยู่ในปัจจุบันจึงเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้การตรวจเชื้อไวรัส HPV จะถูกนำมาใช้แทนการตรวจ PAP smear ซึ่งมีขั้นตอนการตรวจยุ่งยากมากกว่าและต้องการผู้ตรวจที่มีทักษะและมีความชำนาญค่อนข้างสูง

 

 

หมวดหมู่รอง

สาระน่ารู้

บทความวิชาการ